
กคช.ขับเคลื่อน 'บ้านอิ่มใจ' พลิกอาคารเดิมสู่ 'บ้านแห่งโอกาส'
การเคหะแห่งชาติ รับลูกนโยบาย “นิกร” ลุย "บ้านอิ่มใจ” พลิกอาคารเดิมสู่ “บ้านแห่งโอกาส” ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
KEY
POINTS
- การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมมือกับ พม. และ กทม. ขับเคลื่อนโครงการ "บ้านอิ่มใจ" เพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบางให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
- โครงการใช้วิธี Adaptive Reuse พลิกโฉมอาคารเก่าให้กลายเป็น "บ้านแห่งโอกาส" ที่เป็นมากกว่าที่พักพิง โดยนำร่องที่อาคารสำนักงานประปาแม้นศรีเดิม
- พื้นที่โครงการจะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์รวมบริการครบวงจร ทั้งที่พักอาศัย การดูแลสุขภาพ การฝึกอาชีพ และการเชื่อมโยงสู่การมีรายได้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
การเคหะแห่งชาติ รับนโยบาย รมว.พม. เดินหน้าขับเคลื่อน “บ้านอิ่มใจ” ร่วมกับกรุงเทพมหานคร นำความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยและบริหารชุมชน พลิกอาคารเดิมด้วยแนวคิด Adaptive Reuse สู่พื้นที่ “บ้าน–โอกาส–คุณภาพชีวิต” เชื่อมที่พัก สุขภาพ สวัสดิการ อาชีพ และรายได้ สร้างเส้นทางให้คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และกลุ่มเปราะบางกลับมายืนได้ด้วยตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมผลักดัน “สำนักงานประปาแม้นศรี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร” เป็นโครงการนำร่อง ในการนำอาคารเดิมมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
เร่งขับเคลื่อนภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเชิงรุก
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบนโยบายให้การเคหะแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเชิงรุก ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
รับลูกนโยบาย "นิกร" ลุย “บ้านอิ่มใจ” รองรับกลุ่มเปราะบาง
การเคหะแห่งชาติจึงนำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและบริหารชุมชนมาร่วมขับเคลื่อนแนวทางพัฒนา “บ้านอิ่มใจ” สำหรับคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และกลุ่มเปราะบาง แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับ “บ้านอิ่มใจ” จากการเป็นเพียงพื้นที่พักพิง สู่ “ระบบเปลี่ยนผ่านชีวิต” (Transition to Independent Living) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. กรุงเทพมหานคร และการเคหะแห่งชาติ เชื่อมโยงการดูแลตั้งแต่ที่อยู่อาศัย สุขภาพ สวัสดิการ การพัฒนาทักษะ อาชีพ การมีงานทำ และรายได้ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้ด้วยตนเอง
นำร่องอาคารเดิม 6 ชั้น กับ 9,000 ตารางเมตร ตามแนวคิด Adaptive Reuse
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าว การเคหะแห่งชาติมอบหมายให้ นายมงคล จันทษี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดพื้นที่สำนักงานประปาแม้นศรี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการนำร่อง นำความเชี่ยวชาญของการเคหะแห่งชาติมาวางแนวทางพัฒนาอาคารเดิมสูง 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,000 ตารางเมตร ตามแนวคิด Adaptive Reuse เพื่อให้ทรัพย์สินเดิมกลับมาสร้างคุณค่าทางสังคมอีกครั้ง
การวางผังการใช้ประโยชน์อาคาร ถูกออกแบบให้สอดรับกับเส้นทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่พื้นที่บริการประชาชนและบริการชุมชน พื้นที่กิจกรรมและการเรียนรู้ พื้นที่ฝึกอาชีพ ห้องเรียนและ Co-Working Space ศูนย์สุขภาพและสังคมสงเคราะห์ ห้องให้คำปรึกษาและระบบ Case Management ไปจนถึงพื้นที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง และ Transition Housing
ฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะ การเชื่อมโยงงานและรายได้
สำหรับผู้ที่มีความพร้อมก่อนกลับไปใช้ชีวิตด้วยตนเอง ในด้านกระบวนการดูแล จะเชื่อมโยงตั้งแต่การรับเข้าสู่ระบบและคัดกรองรายบุคคล การจัดที่พักที่ปลอดภัย การดูแลสุขภาพและสวัสดิการ การวางแผนชีวิต การฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะ การเชื่อมโยงงานและรายได้ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม ภายใต้แนวคิด “Housing First – Opportunity – Independent Living” ซึ่งใช้ “บ้าน” เป็นฐานในการสร้างความมั่นคง ก่อนต่อยอดไปสู่ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
“การเคหะแห่งชาติพร้อมนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. มาขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยและการบริหารชุมชนเป็นกลไกสำคัญ บ้านอิ่มใจจึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงอาคาร แต่เป็นการสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้ที่กำลังเผชิญความเปราะบางได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ได้พัฒนาทักษะ มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถกลับมายืนได้ด้วยตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี”
ความร่วมมือของ พม.–กทม.–การเคหะแห่งชาติ จึงเป็นการเชื่อม “นโยบาย–การบริหารเมือง–ความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัย” เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนการช่วยเหลือจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างโอกาสและความมั่นคงในระยะยาว “บ้านอิ่มใจ” จึงไม่ใช่เพียงการคืนชีวิตให้อาคารเดิม แต่คือการเปลี่ยนอาคารให้เป็น “บ้าน” เปลี่ยน “บ้าน” ให้เป็น “โอกาส” และเปลี่ยน “โอกาส” ให้เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นายทวีพงษ์ กล่าวปิด







