thansettakij
thansettakij
เปิดอาณาจักร LH  ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ อสังหาฯแสนล้าน ในมือคีย์แมน-ทายาทรุ่น3

เปิดอาณาจักร LH ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ อสังหาฯแสนล้าน ในมือคีย์แมน-ทายาทรุ่น3

01 ก.ค. 69 | 02:38 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 03:17 น.

เจ้าสัว‘อนันต์ อัศวโภคิน’ เจ้าของอาณาจักร อสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ในมือ 'คีย์แมน และ ทายาทรุ่น3' กับยุทธศาสตร์บริหารธุรกิจแบบหลากหลายและเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์แสนล้านของอนันต์ อัศวโภคิน มีการกระจายการลงทุนหลากหลายธุรกิจนอกเหนือจากที่อยู่อาศัย เช่น ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21, โรงแรม และธุรกิจการเงิน
  • การบริหารงานในปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของทีมผู้บริหารมืออาชีพ (คีย์แมน) ที่ได้รับความไว้วางใจให้ขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
  • มีการส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 3 คือ อาชวิณ อัศวโภคิน บุตรชายคนโต ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารและสานต่อธุรกิจ โดยเน้นขยายพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า

ชื่อของ เจ้าสัวอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์จำกัด(มหาชน) หรือ Land & Houses (LH )ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของไทย ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง  เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันอนุมัติหมายจับหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้สั่งฟ้องในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย ขณะปัจจุบัน เจ้าสัวอนันต์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหายังคงรักษาอาการป่วยวิกฤตอยู่ที่ต่างประเทศ

 เจ้าสัว“อนันต์ อัศวโภคิน” เจ้าของอาณาจักรอสังหาฯแสนล้าน

ย้อนไปก่อนหน้านี้ เจ้าสัว อนันต์   เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงติด 1 ใน 30 อันดับมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2566 จากการจัดอันดับของนิตยสาร "ฟอร์บส์ ไทยแลนด์" (Forbes) โดยมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4.22 หมื่นล้านบาท

จากการสร้างชื่อให้แบรนด์แลนด์แอนด์เฮ้าส์เป็นที่จดจำจากสโลแกนโฆษณา“ไม่เห็นบ้านอย่าซื้อ”  หรือ”สร้างบ้านเสร็จก่อนขาย” แก้เกม”ซื้อบ้านไม่ได้บ้าน “สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ  ที่มักขายโครงการบนกระดาษ สะท้อนความมีสายป่านยาวไกล ความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ส่งผลให้ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ยังคงครองอันดับ1 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พรีเมียมมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน และขยายอาณาจักรแตกไลน์ธุรกิจต่อเนื่อง

ด้วยมุมคิดที่เหนือชั้นและลงมือทำก่อนใครที่ว่า การทำธุรกิจต้องมี”หลายขา” หากขาใดขาหนึ่งเดินต่อไม่ได้ แต่ยังมีอีกหลายขาช่วยพยุง ไม่ว่าจะเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์  อาคารสำนักงาน  ภายใต้การกำกับดูแลของบมจ.คลอลิตี้เฮ้าส์ หรือQH บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำเพื่อขายและให้เช่า  

อีกไฮไลต์  คือ “เทอร์มินัล 21” อโศก แนวคิด Market Street แห่งแรกของไทย บนถนนสุขุมวิท  ภายใต้ บริษัท แอล แอนด์ เอช รีเทล แมเนจเมนท์ จำกัด  มีตัวเลขผลประกอบการเติบโตสม่ำเสมอทุกปี นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการ “เทอร์มินัล 21” ย่านพระราม3ทำเลติดแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงก่อนหน้านี้ได้ไปเปิด“เทอร์มินัล 21” ให้บริการที่จังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งบมจ.ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดักต์ หรือQ-CON  ธุรกิจวัสดุก่อสร้างผลิตคอนกรีตมวลเบา โฮมโปร ธุรกิจค้าปลีก ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง แบบครบวงจร

โครงสร้างธุรกิจแลนด์แอนด์เฮ้าส์

ในขณะที่โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง มากประสบการณ์  ภายใต้การขับเคลื่อนของคณะกรรมการบมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์  มี นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)/กรรมการผู้จัดการ  ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน กรรมการบริหาร กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายโชคชัย วลิตวรางกูร กรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน กรรมการบริหาร และดูแลธุรกิจคอนโดมิเนียม นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน กรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน นายณรงค์ฤทธิ์ ชัยยะราษฎร์ รองกรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมี นางสาวพรรณโศภิษฐ์ วรคุตตานนท์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันและเลขานุการบริษัท  ศาสตราจารย์พิเศษพิภพ วีระพงษ์ ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน กรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ

เรียกว่าล้วนเป็นมืออาชีพ ที่เจ้าสัวอนันต์ไว้วางใจ ในการบริหารธุรกิจภายใต้อาณาจักรแลนด์แอนด์เฮ้าส์เติบโตไปข้างหน้า ท่ามกลางความยากลำบาก ในช่วงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้ออ่อนแรงลง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ใช้ยุทธศาสตร์ พัฒนาโครงการน้อยลงมุ่งเน้นโครงการลักชัวรีเจาะกลุ่มเป้าหมายแบบตรงจุด  และให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจเช่ามากขึ้น  โดยหนึ่งในนั้นมีนาย อาชวิณ อัศวโภคิน บุตรชายคนโต เจ้าสัวอนันต์ ทายาทรุ่นที่3 หนึ่งในกรรมการบริษัท มากว่า10ปี ซึ่งสะท้อนถึงการวางรากฐาน ส่งไม้ต่อให้ทายาทเข้ามาบริหารองค์กรในระยะยาว

ภาพรวมผลประกอบการ-กำไรปี 2568 

 

ขณะผลประกอบการกำไรสุทธิของ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ประจำปี 2568 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,716.24 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลง 32.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและค่าเช่าที่ลดลง

  • กำไรสุทธิรวม: 3,716.24 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิต่อหุ้น: 0.31 บาทต่อหุ้น
  • รายได้รวม: ลดลงประมาณ 16.6% จากผลกระทบของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม

นอกจากนี้ในส่วนของ กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Financial Group หรือ LHFG) รายงานกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 2,885.8 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 41%

ผลประกอบการไตรมาสแรก69

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ บมจ. แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) มี กำไรสุทธิ 694.8 ล้านบาท ลดลง 17.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและการแข่งขันด้านราคา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวลง 

รายละเอียดผลประกอบการสำคัญในไตรมาส 1/2569

รายได้รวม: 4,576.5 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์: 2,131.3 ล้านบาท (ลดลง 20.5%) แบ่งเป็นสัดส่วนการขายคือ บ้านเดี่ยว 79.3%, คอนโดมิเนียม 16.7% และทาวน์เฮาส์ 4.0% 

รายได้ค่าเช่าและบริการ: เติบโตแข็งแกร่งอยู่ที่ 2,445.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากปีก่อน 

อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (Gross Margin): ลดลงมาอยู่ที่ 13.3% (จากระดับ 26.0% ในปีก่อน) เนื่องจากผลกระทบจากการทำการตลาดและโปรโมชันระบายสต็อก 

ขณะผลประกอบการไตรมาส2 ตามปฏิทินนักลงทุนของ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำหนดการประกาศงบการเงินและผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569

ภาพรวมแนวโน้มผลประกอบการของ LH ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 

  • กลยุทธ์และยอดขาย: ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว LH จึงเน้นกลยุทธ์เชิงตั้งรับโดยเน้นการระบายสต็อกโครงการเดิมทั้งแนวราบและแนวสูงเป็นหลัก โดยตั้งเป้ายอดขาย (Bookings) ทั้งปี 2569 ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท

  • การรับรู้รายได้หลักรอหนุน: คาดว่าผลประกอบการจะได้รับปัจจัยบวกอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 4 จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ "วันเวลา ณ เจ้าพระยา" (มูลค่า 15,000 ล้านบาท)

  • กลุ่มธุรกิจให้เช่าและโรงแรม: ธุรกิจโรงแรมยังคงสร้างรายได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดโรงแรมใหม่คือ Grande Centre Point Voyage ที่พัทยาในเดือนตุลาคม

  • การจ่ายปันผล: หุ้น LH ยังคงได้รับความสนใจในแง่ของหุ้นปันผล โดยมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ล่าสุดอยู่ในระดับประมาณ 6%

 “เต้ย- อาชวิณ อัศวโภคิน”  บุตรชายคนโต ทายาทรุ่น3สานต่อธุรกิจ

 แม้ว่า “เต้ย- อาชวิณ อัศวโภคิน” บุตรชายคนโต ทายาทรุ่นที่3 เข้ามานั่งเป็นบอร์ดในแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มากว่า10ปี แต่ เมื่อวันที่ วันที่22 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้เก้าอี้ตัวสำคัญ รองกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน นับเป็นครั้งแรกของการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในฐานะผู้บริหาร ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อย่างเป็นทางการ

โดยเป็นผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า หนึ่งในเรือธงของแลนด์แอนด์เฮ้าส์  ที่เต้ยระบุว่ามีเกมรุกขยายพอร์ตธุรกิจต่อเนื่อง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  

ขณะเดียวกันได้ปรับลดการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยลง และระบายสินค้าที่มีเมื่อสถานการณ์กำลังซื้อยังไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งไม่พลาดที่จะมองหาเทรนด์ใหม่ๆต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งสอดรับกับ โมเดลธุรกิจของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่เจ้าสัวอนันต์ ผู้เป็นบิดาได้วางไว้ โดยเน้นย้ำกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งเต้ยมองว่าเป็นเรื่องที่ดีแลนด์แอนด์เฮ้าส์เป็นองค์กรใหญ่เป็นบริษัทรายแรกๆ และเพียงไม่กี่รายที่ เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายรูปแบบซึ่งบริษัทดำเนินการในลักษณะนี้มานานแล้ว และวันนี้มองว่าได้เดินมาถูกทาง

 สำหรับธุรกิจที่ดูแลรับผิดชอบต้องคุณภาพระดับลักชัวรี แต่ราคาจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อีกทั้งการใส่ใจลูกค้าแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่ปล่อยผ่าน อีกหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ โดยมีวิธีคิด เมื่อบริหารมีกำไรแล้ว อย่างโรงแรมจะขายเข้ากองทรัสต์ นำเงินที่ได้ขยับขยายลงทุนใหม่ ซึ่งเป็นทางลัดทำธุรกิจให้เติบโต ขยายตัวเร็วขึ้น ทันเกมการแข่งขัน 

สะท้อนจากแผนลงทุนเมื่อปี2568มีโครงการที่พัฒนาและอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัททั้งหมด 18แห่งประกอบด้วยโรงแรม Grande Center Point ที่เปิดดำเนินการ 7 แห่ง (ขายเข้ากองทรัสต์ 6 แห่ง)และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 แห่ง ศูนย์การค้า Terminal21 จำนวน 3 แห่ง (ขายเข้ากองทรัสต์ 2 แห่ง)รวมถึงอพาร์ตเมนต์ และโรงแรมในสหรัฐฯอีก 5 แห่ง ฯลฯ วิธีคิดนี้จะทำให้ขยายการลงทุนธุรกิจโรงแรมทำได้ง่ายขยายได้เร็วทันความต้องการตลาด

แผนธุรกิจปี69 แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เน้นกลยุทธ์เชิงตั้งรับ

ขณะแผนธุรกิจปี 2569 ของ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เน้นกลยุทธ์เชิงตั้งรับ ท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัว ตั้งเป้ายอดขาย (Bookings) ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และตั้งงบลงทุนรวม 4,500 ล้านบาท

โดยเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ (แนวราบ) มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท นับว่าน้อยที่สุดในรอบหลายสิบปี ได้แก่ Nantawan Prestigeราชพฤกษ์-พรานนก: บ้านเดี่ยวระดับราคา 60-100 ล้านบาท เปิดตัวช่วงไตรมาสแรก Chaiyapruek 3 รามอินทรา-วงแหวน: บ้านเดี่ยวระดับราคา 10-13 ล้านบาท  เป้าหมายทางการเงินและยอดโอนกรรมสิทธิ์  17,000 ล้านบาท ยอดขายรอโอน (Backlog) ก้อนใหญ่ ปลายปี 2569 จะเริ่มทยอยโอนคอนโดมิเนียม "วันเวลา ณ เจ้าพระยา" (มูลค่าโครงการ 15,000 ล้านบาท)

ส่วนงบลงทุนและการขยายธุรกิจ งบซื้อที่ดิน: 2,000 ล้านบาท งบลงทุนอสังหาฯ เพื่อเช่า: 2,500 ล้านบาทและ เตรียมเปิดโรงแรม "Grande Centre Point Voyage" พัทยา (494 ห้อง) ในเดือนตุลาคมนี้

นี่คืออาณาจักรแลนด์แอนด์เฮ้าส์ที่ขับเคลื่อนอย่างแข็งแกร่ง ระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไปจากคีย์แมนคนสำคัญ "นพร สุนทรจิตต์เจริญ"  และ “เต้ย- อาชวิณ อัศวโภคิน” บุตรชายคนโต ที่เจ้าสัวอนันต์ไว้วางใจ!!!