
เปิดขุมทรัพย์ ในมือผู้ว่ารฟท.ที่ดินรถไฟ 3.8หมื่นไร่ –บิ๊กโปรเจ็กต์6แสนล.
เปิดขุมทรัพย์ ดินรถไฟ3.8หมื่นไร่ แสนล้าน –โครงข่ายระบบราง 6แสนล้านในมือ"วีริศ อัมระปาล" ผู้ว่าฯรฟท.คนใหม่ ปั้นรายได้ล้างหนี้2.3แสนล้าน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามนามสัญญาจ้าง นายวีริศ อัมระปาล ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าฯรฟท.)คนที่ 20 อย่างเป็นทางการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2567 ที่ผ่านมา โดยมีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานกรรมการรถไฟฯ เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่19ก.ย.ที่ผ่านมา
นับหนึ่ง การทำหน้าที่ผู้ว่าฯรฟท.อย่างเป็นทางการ ผู้ว่าฯรฟท.เปิดเผยว่านโยบายของตนเองจะขอใช้เวลาเพื่อศึกษางานประมาณ 1 เดือนก่อน และภายใน 3 เดือนแรก
มีแผนจัดการเกี่ยวกับระบบที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และโครงสร้างองค์กรต้องมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้สะสมกว่า2.3แสนล้านบาทซึ่งเป็นเรื่องใหญ่แต่จะเร่งสะสางให้ลุล่วงภายใน4ปี
ในทางกลับกัน รฟท.มี ขุมทรัพย์ 3.8หมื่นไร่ มูลค่านับแสนล้านบาท ที่โอนให้บริษัทลูกอย่าง บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ฐานะบริษัทลูก ตั้งแต่ปี2565 เพื่อนำที่ดินแปลงศักยภาพเปิดประมูลสร้างรายได้ ซึ่งผู้ว่าฯรฟท.คนใหม่ระบุได้ให้ความสำคัญในหลายทำเล
ทั้งนี้นโยบายเดิมมีเป้าหมาย 10 ปี 1.25 แสนล้านบาท 30 ปี 6แสนล้านบาทตามลำดับเพื่อลบคราบภาระหนี้สิน ที่สะสมอยู่ กว่า 2 แสนล้านบาทให้หมดไป
จากการบริหารจัดการขุมทรัพย์ใหญ่ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาล อย่าง ที่ดินศูนย์คมนาคมพหลโยธิน 2,325 ไร่ ที่ดินแปลงใหญ่ ทำเลทองเปิดให้เอกชนพัฒนาต่อยอด
โดยมีสถานีกลางบางซื่อ(สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) ศูนย์กลางเดินทางระบบรางใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน เป็นจุดขาย ตั้งเป้าหมายดึงนักลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์มิกซ์ยูส ซึ่งที่ผ่านมารฟท.เคยเปิดประมูลพื้นที่โดยรอบมาแล้วสองครั้ง แต่ ไม่ ประสบความสำเร็จ ทำให้ต้องปรับแผนครั้งใหญ่ โดยอาศัยบริษัทลูก นำที่ดินทั้งหมดออกพัฒนา ประเมินว่าเอกชนจะให้ความสนใจ
ที่ดินสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน47ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวและโรงแรม ที่จะหมดอายุลง เซ็นทรัล ลาดพร้าวจ่ายค่าเช่าที่ดินรฟท.กว่า 1,387 ล้านบาท ประจำปี 2567 และจะหมดอายุสัญญาเช่าในปี 2571
ที่ดินรถไฟย่านรัชดาฯ 186ไร่124แปลง124สัญญา ปล่อยเช่าสร้างตึกสูงใหญ่ โรงแรม -สถานบริการอาบอบนวด ราคาที่ดินสูงสุดอยู่ที่ 1.1ล้านบาทต่อตารางวา และมีหลายแปลงที่จะหมดสัญญา ขณะเดียวกัน หลายสัญญาขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์เปลี่ยนรูปแบบเป็นโรงแรม3ดาวอย่างโพไซดอน ที่ประเมินว่าต้องปรับสัญญาเช่าใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างรายได้
นอกจากนี้ยังมีที่ดินแปลงศักยภาพรองสถานีธนบุรี 148ไร่ โดย บ้านพักพนักงานรถไฟ สถานีธนบุรี 305 ครัวเรือน เนื้อที่ 21 ไร่ รฟท. มีแผนแปลงโฉมเป็นมิกซ์ยูส ขนาดใหญ่ ให้เอกชนเช่าระยะยาว 30 ปีเพราะนอกจากใกล้โรงพยาบาลศิริราช แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว
บริเวณดังกล่าว ยังเป็นทำเลทองศักยภาพสถานีจุดตัดรถไฟฟ้า 2 สาย ระหว่างสายสีส้มตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม) และสายสีแดง (ตลิ่งชัน -ศิริราช-ศาลายา)
ขณะเดียวกันยังสะดวกสบาย ใกล้สถานีอิสรภาพ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังไม่รวมที่ดินบริเวณตลาดน้อยย่านฝั่งธนบุรีติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีรูปแบบให้เอกชนเช่าพัฒนาโรงแรม3ดาวฯลฯ
ขณะระบบรางที่ต้องดำเนินงาน เร่งด่วนที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมมอบนโยบาย ให้เร่งผลักดันโครงการลงทุนของรฟท. จำนวน 9 โครงการ วงเงิน 661,060 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย
1. โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วง รังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6,473 ล้านบาท
ปัจจุบันได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อขอทบทวนมติครม.และปรับกรอบวงเงิน หลังจากในช่วงที่ผ่านมารฟท. ได้สรุปผลการศึกษาและเสนอ ครม.ไป แล้ว แต่มีการดึงเรื่องกลับมาปรับแก้ไขใหม่เพื่อความรอบคอบ
2.โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วง ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทางรวม 20.5 กม. วงเงิน 15,176 ล้านบาท ที่ผ่านมา รฟท.ได้มีการศึกษาควบรวม 2 เส้นทางไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณลดลง 110 ล้านบาท
3.โครงการไฮสปีด ไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่างานโยธา 235,129 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน 10,310 ล้านบาท ค่าลงทุนระบบราง-ระบบรถไฟฟ้า และเครื่องกล 80,165 ล้านบาท
ปัจจุบันประเทศจีนต้องการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟสายนี้ไปสู่ภูมิภาค เมื่อไทยมีการก่อสร้างโครงการไฮสปีดในระยะที่ 1 แล้ว จำเป็นต้องก่อสร้างต่อในระยะที่ 2 เพื่อให้เกิดศักยภาพการขนส่งทางระบบราง
4.โครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด)ไทย-จีน เฟส 2 มูลค่า 3.4แสนล้านบาท คาดว่าสศช.จะอนุมัติโครงการภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจะเสนอต่อครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป
5โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน6โครงการ ประกอบด้วย
ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท
โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท
โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,103 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,900 ล้านบาท






