20 ปี อสังหาฯไทย ผ่าตลาดคอนโดฯ จากเริ่มต้น สู่ "ยุคโควิด"

20 ม.ค. 2565 | 09:04 น.

เน็กซัส เผยสถิติ " 20 ปี อสังหาฯไทย " ผ่าตลาด คอนโดฯ จากจุดเริ่มต้น สู่ สูงสุด และการปรับตัว ในยุคโควิด19 ผ่าน 3 วัฎจักร พบ ราคาคอนโด ปรับขึ้น 3 เท่าตัว ขณะปี 2565 คอนโดฯกลางเมือง และ คอนโดฯราคาถูก กระแสเปิดตัวใหม่มาแรง

20 มกราคม 2565 : เปิดภาพ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งเป็น 3-4 วัฎจักร (ไซเคิล) หลักๆ คือ เริ่มต้น - สูงสุด - สู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด คาดในปี 2565 นี้ จะเห็นดีเวลลอปเปอร์ส่วนใหญ่เริ่มเปิดตัวโครงการที่ตรงความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริง (Real Demand) มากยิ่งขึ้น กลุ่มซิตี้คอนโด และ ลักซัวรี่คอนโด จะกลับมาเป็นที่ต้องการของตลาดอีกครั้ง  

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เผยว่า “ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ที่เน็กซัสได้เปิดบริการด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด การขาย ให้กับอสังหาริมทรัพย์ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย อสังหาฯ เพื่อการพาณิชยกรรม รวมถึงงานวิจัยและประเมิน ราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เรามีข้อมูลสะสมอย่างมากมายทั้งตลาด เราได้เห็นการเติบโตของตลาดตามลักษณะของสินค้า 

20 ปี อสังหาฯไทย ผ่าตลาดคอนโดฯ จากเริ่มต้น สู่ \"ยุคโควิด\"

โดยการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เห็นได้ชัดที่สุด คือปี 2563 เป็นต้นมา หรือช่วงที่โควิด-19 ได้เข้ามาทำความรู้จักกับคนทั่วโลก โดยในครั้งนี้ จึงได้นำข้อมูลทั้ง 20 ปี มาเผยแพร่ให้ได้รับทราบเพื่อเห็นการเติบโต และเพื่อคาดการณ์แนวโน้มอนาคตกันได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น


ตลาดคอนโดมิเนียม 

“ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในตลาดคอนโดมิเนียมเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของอุปทาน อุปสงค์ ราคา ทำเล และ พฤติกรรมผู้บริโภค และเราเชื่อว่าทิศทางของตลาด จะยังคงปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และอุบัติการณ์โรคระบาดที่ทำให้การคาดการณ์ตลาดเป็นไปได้ยากขึ้น” 

 

ทั้งนี้ จากผลวิจัยข้อมูลในช่วง 20 ปีของเน็กซัสพบว่า ณ สิ้นปี พ.ศ.2564 อุปทานของคอนโดมิเนียมในตลาดกรุงเทพและปริมณฑล มีทั้งหมด 694,000 หน่วย การเติบโตของอุปทาน แบ่งออกเป็น 3 วัฎจักรหลัก 

20 ปี อสังหาฯไทย ผ่าตลาดคอนโดฯ จากเริ่มต้น สู่ \"ยุคโควิด\"

3 วัฎจักรคอนโดฯ

  • ช่วงแรก ปี พ.ศ. 2544 - 2552 การพัฒนาคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ จะกระจุกตัวอยู่ใจกลางเมืองและบริเวณรอบใจกลางเมือง จำนวนหน่วยที่พัฒนาสะสมมีอยู่ 123,000 หน่วย ตลาดเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด 
  • ช่วงที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2561 การพัฒนาขยายตัวออกไปในทำเลรอบนอกมากขึ้น และมีดีเวลลอปเปอร์รายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีอุปทานสะสมในช่วง 8 ปีเพิ่มขึ้นถึง 482,000 หน่วย 
  • ช่วงไซเคิลที่ 3 ช่วงปี พ.ศ. 2562 - 2664 ตลาดหดตัวลงอย่างมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างโควิด-19 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอุปทานเพิ่มขึ้นเพียง 80,100 หน่วย ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 16,800 หน่วยเท่านั้น  นับว่าต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี


 

20 ปี ราคาคอนโดฯ ปรับ 3 เท่า 

สำหรับราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีการปรับตัวสูงสุดถึง 3 เท่า จากราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 48,000 บาท ในปีพ.ศ. 2544 ปรับสูงที่สุดในปีพ.ศ. 2562 เป็นราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 141,800 บาทต่อตารางเมตร แต่เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 ดีเวลลอปเปอร์มีการปรับรูปแบบสินค้า ให้เข้ากับความต้องการของตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 128,600 บาทต่อตารางเมตรเมื่อสิ้นปี พ.ศ.2564 

 

ขณะที่คอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี พ.ศ.2564 นั้น ดีเวลลอปเปอร์กลับมาทำราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึงมากยิ่งขึ้น โดยจากผลวิจัยพบว่าคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี พ.ศ.2564 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 86,100 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบสินค้าในตลาด ที่มีการปรับตัวไปสู่ตลาดบัดเจท คอนโด (Budget Condo) มากขึ้น” 

20 ปี อสังหาฯไทย ผ่าตลาดคอนโดฯ จากเริ่มต้น สู่ \"ยุคโควิด\"

ในส่วนของความต้องการคอนโดมิเนียมนั้น ยอดขายที่เกิดขึ้นระหว่างปี เป็นยอดขายจากความต้องการอยู่อาศัยจริง โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจในช่วงปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่ราคาเหมาะสม อย่างไรก็ตามปี 2564 ที่ผ่านมา นับว่ามียอดขายคอนโดมิเนียมต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดขายเพียง 23,400 หน่วย อัตราการขายรวมในตลาดอยู่ที่ 94%  


ทั้งนี้ แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2565 นั้น นางนลินรัตน์ คาดการณ์ว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมในไซเคิลปัจจุบัน จะค่อยๆ ขยับกลับมาเติบโตอย่างช้าๆ ราคาตลาดรวมอาจทรงตัว หรือปรับขึ้นไม่มาก อันเนื่องมาจากคอนโดมิเนียมที่พัฒนาใหม่ๆ จะเจาะกลุ่ม บัดเจท คอนโด มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ธุรกิจคอนโดมิเนียมจะมีการเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว จาก 20 ปีที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มา พบว่าตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความต้องการอยู่อาศัยเติบโต และผลักดันให้ราคาคอนโดมิเนียมเติบโตสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ และรายได้จริง 

 

ดังนั้น จากปี 2565 เป็นต้นไป ในระยะกลางการเติบโตในตลาดคอนโดมิเนียม จะยังคงอยู่อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ราคาที่เติบโตจะสะท้อนความต้องการจริงมากยิ่งขึ้น สำหรับในปี 2565 คาดว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพ จะมีโครงการเปิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 30,000 หน่วย และอุปทานจะเติบโตใน 2 ตลาดหลัก คือ ตลาดลักชัวรี่ ใจกลางเมือง และตลาดซิตี้คอนโด และคอนโดราคาย่อมเยารอบนอกเมือง ซึ่งการเติบโตจะมาจาก 2 ปัจจัยหลักที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ได้แก่

 

  • คอนโดมิเนียมกลางเมือง เกิดจากความต้องการบ้านหลังที่ 2 ที่ใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียน หรือเมื่อสูงวัยขึ้น ต้องการย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง การดูแลที่อยู่อาศัยขนาดกะทัดรัด ปลอดภัย และสะดวกสบายมากขึ้น 
  • ตลาดซิตี้คอนโด เกิดจากปัจจัยการขยายตัวของเมืองและรถไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางและทำงาน 

 

ครบรอบ 20 ปีเน็กซัส 

บริษัท เน็กซัส พรอพเพอตี้ คอนซัลแทนท์ จำกัด เป็นบริษัทที่ดำเนินงานธุรกิจให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อตั้งขึ้นในปี  พ.ศ. 2544 โดยปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี โดยให้บริการครอบคลุมใน 4 บริการหลัก ได้แก่

  1.  ธุรกิจที่ปรึกษาและบริหารงานด้านการตลาด และการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยมาแล้วกว่า 120 โครงการ ครอบคลุมทั้งตลาดกรุงเทพ และหัวเมืองท่องเที่ยว อาทิ นครราชสีมา หัวหิน ชลบุรี รวมมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท
  2. ธุรกิจที่ปรึกษาและบริหารงานด้านการตลาดและการขาย และหาพื้นที่เช่าโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ทั้งอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก พื้นที่อุตสาหกรรม โรงงาน และ คลังสินค้า
  3. ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุน ตัวแทนขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
  4. งานการประเมินราคา วิจัย และการศึกษาความเป็นไปได้โครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยบุคลากรคุณภาพในวงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 100 คน 

ที่มา : https://nexus.co.th/tag/nexus-property/