
เปิดผลสำรวจ ตลาดคอนโด-บ้าน-ทาวน์โฮม ลุ้น LTV ช่วยปลดล็อก
เปิดผลสำรวจตลาดคอนโด-บ้าน-ทาวน์โฮม รอบครึ่งปี 2564 พลัสฯ เผย อัตราขายเฉลี่ยยังต่ำ ลุ้น ปลดล็อก LTV ส่งสัญญาณบวก ครอบคลุมทุกช่วงราคา แต่อาจใช้เวลา 1-2 ปีถึงฟื้นสู่ภาวะปกติ
5 พ.ย.2564 - เปิดผลสำรวจ" ตลาดที่อยู่อาศัย" รอบครึ่งปีแรก 2564 คอนโด - บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ลุ้น! ปลดล็อก LTV จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยได้
โดย นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการปลดล็อกเกณฑ์ LTV ล่าสุด ที่ผ่อนคลายมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ในทุกระดับราคา ครอบคลุมสัญญาทุกหลัง โดยมีผลจนถึงสิ้นปี 2565
มองว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ในทุกระดับราคา จากเดิมช่วงปีที่ผ่านมาที่ผู้ประกอบการเน้นเปิดตัวโครงการในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายให้สอดรับกับกำลังซื้อของลูกค้าที่ชะลอตัว แต่จากสัญญาณบวกเรื่องการเปิดประเทศและแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ประกอบกับการปลดล็อกเกณฑ์ LTV เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยๆ ฟื้นตัว ทั้งที่อยู่อาศัยในกลุ่มราคาเข้าถึงง่ายรวมทั้งกลุ่มโครงการลักซ์ชัวรี่ระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไปก็จะได้รับอานิสงส์จากเกณฑ์ LTV ใหม่นี้ด้วย
ตลาดที่อยู่อาศัยรอบสำรวจครึ่งปีแรก 2564 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
บทสรุปตลอดคอนโดมิเนียม
- จำนวนอุปทานเปิดใหม่ทั้งสิ้น 10,018 ยูนิต
- อุปทานลดลง 38% จากครึ่งปีหลัง 2563
- ระดับราคา 40,000 – 90,000 บาทต่อตารางเมตร ยังคงมีสัดส่วนมากที่สุดที่ 44%
- ระดับราคาต่ำกว่า 40,000 บาทต่อตารางเมตรเปิดตัวเพิ่มขึ้น
- ระดับราคาสูงกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตรเปิดตัวเพิ่มขึ้น
- ผู้ประกอบการเน้นจับกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้นในปีนี้
- อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 67%
- กลุ่มราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 166,315 ยูนิต มีอัตราขาย 68%
- กลุ่มราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 13,946 ยูนิต และมีอัตราขาย 60.5%
บทสรุปตลาดบ้านเดี่ยว
- จำนวนอุปทานบ้านเดี่ยวเปิดใหม่ทั้งหมด 2,561 ยูนิต
- อุปทานลดลง 46%
- ระดับราคา 5-8 ล้านบาทเปิดตัวมากสุด
- อัตราการขายเฉลี่ย อยู่ที่ 57% จากจำนวนทั้งหมด44,693 ยูนิต
- กลุ่มราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 33,846 ยูนิต มีอัตราขาย 56.7%
- กลุ่มราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 10,847 ยูนิต และมีอัตราขาย 58.1%
บทสรุปตลาดทาวน์โฮม
- มีจำนวนยูนิตเปิดใหม่ลดลงมากที่สุด
- โครงการเปิดใหม่ทั้งสิ้น 5,462 ยูนิต ลดลง 58%
- ระดับราคา 4-5 ล้านบาทมากสุดราว 80%
- อัตราการขายเฉลี่ย อยู่ที่ 53% จากจำนวนทั้งหมด 80,452 ยูนิต
- ความต้องการทาวน์โฮมสูงในพื้นที่รถไฟฟ้าสายสีเหลืองในโซนตะวันออก
- กลุ่มราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 80,197 ยูนิต มีอัตราขาย 53.4%
- กลุ่มราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 255 ยูนิต และมีอัตราขาย 49.8%
ผลบวกมาตรการ LTV ต่อตลาดที่อยู่อาศัย
“การปลดล็อกมาตรการ LTV ใหม่นี้ ส่งผลดีต่อที่อยู่อาศัยในทุกระดับราคา ทั้งโครงการมือหนึ่งและมือสอง ช่วยกระตุ้นทั้งกลุ่มเรียลดีมานด์ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังซื้อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะในตลาดคอนโด เนื่องจากปัจจุบันมีราคาถูกจากโปรโมชั่นพิเศษ หากซื้อมาเก็บไว้เป็นสินทรัพย์จนตลาดกลับมาดีในอนาคตราคาจะเพิ่มขึ้น และสำหรับนักลงทุนปล่อยเช่า ราคาเช่าในทำเลดีๆ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ได้ผลตอบแทนในเปอร์เซ็นที่สูงขึ้น "
" เชื่อว่ามาตรการนี้จะไม่เพิ่มความต้องการของนักเก็งกำไร จากสถานการณ์ตลาดที่ชะลอตัวอยู่ก่อนหน้าจึงไม่สามารถเก็งกำไรเกินจริงได้ ซึ่งหากมีมาตรการอื่นช่วยกระตุ้นเสริมไปในทิศทางเดียวกัน เช่นขยายเพดานการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองให้ครอบคลุมทุกระดับราคา หรือมาตรการยาแรงอื่นๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวของตลาดได้ อย่างไรก็ตาม การประเมินทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยยังคงต้องติดตามสถานการณ์แวดล้อมอย่างใกล้ชิด ทั้งปัจจัยด้านการแพร่ระบาดของโควิดในไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมทั้งเรื่องความมั่นคงและการจ้างงานที่มีผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ ที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะนำมาพิจารณาอนุมัติสินเชื่อด้วย "





