
เพราะ“การศึกษา” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ให้เงิน 600 บาท ปลดล็อค “เด็กด้อยโอกาส”
เพราะ“การศึกษา” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ให้เงิน 600 บาท ปลดล็อค “เด็กด้อยโอกาส”
เงิน 600 บาท มีค่ามากเท่าไหร่?
สำหรับ “เด็กด้อยโอกาส” เงินจำนวนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้
นั่นหมายถึงหากนำเงินเพียงวันละ 20 บาท หรือ 600 บาทต่อเดือน ไปลงทุน “ปลูกอนาคตเด็ก” โดยเฉพาะด้าน “การศึกษา” ในการพัฒนาและสนับสนุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคม ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ “คุ้มค่า” และมีแนวโน้มได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่าเงินที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังได้มีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กด้อยโอกาสคนหนึ่งด้วย
ผลวิจัยของ UNESCO ในปี 2557 คาดการณ์ว่าหากสอนนักเรียนในประเทศกำลังพัฒนาให้มีความรู้ สามารถอ่านออกเขียนได้ จะช่วยลดจำนวนคนยากจนทั่วโลกได้ถึง 171 ล้านคน
แม้แต่ “เนลสัน แมนเดลา” อดีตประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ของแอฟริกาใต้ ก็ยังเคยพูดไว้ว่า “การศึกษาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่เราจะนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลก” สะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษา” มีความสำคัญมาก แต่รู้ไหมว่า ยังมีเด็กไทยที่ด้อยโอกาสเข้าไม่ถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่ละปีมีเด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 แสนคน นี่ยังไม่รวมตัวเลขเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกว่า 4.8 ล้านคน
ถ้าเปรียบเทียบภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของเด็กที่มาจากครัวเรือนยากจนร้อยละ 10 ล่างสุดของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 6,600 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่ครัวเรือนที่รวยที่สุดร้อยละ 10 แรกของกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 78,200 บาทต่อคน ต่อปี ห่างกันถึง 12 เท่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า คุณภาพการศึกษาที่นักเรียนกลุ่มยากจนและกลุ่มที่มีฐานะดีแตกต่างกันมาก
ตลอดระยะเวลากว่า 64 ปี มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส มากกว่า 600,000 คน ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการดำเนินงาน ใน “โครงการอุปการะเด็ก” และ “โครงการพิเศษ” อื่นๆ
โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ อาสาสมัครชุมชนเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ภาคอีสาน17 จังหวัด ภาคกลาง 4 จังหวัด ภาคตะวันตก 1 จังหวัด ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ภาคใต้ 2 จังหวัด ปัจจุบันสามารถสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนกว่า 42,000 คนได้
“โครงการเพาะรัก” เป็นอีกโครงการที่ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ได้ริเริ่มและโดยเชิญชวนคนในสังคมให้มีส่วนร่วมปลูกอนาคตของเด็กและเยาวชนด้วยการบริจาคต่อเนื่องเดือนละเงิน 600 บาท เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยระบบตรวจสอบภายในองค์กร การตรวจสอบจากองค์กรภายนอก นอกจากนี้การทำงานร่วมกับคณะกรรมการในชุมชน ยังเป็นอีกกลไกสำคัญที่ควบคุมและตรวจค่าใช้จ่ายให้รัดกุมที่สุด
เด็กๆ จะได้รับเงินทุนการศึกษาปีละ 1 ครั้ง ครอบครัวที่มีความจำเป็นยังได้รับการอบรมและการมอบพันธุ์พืชผัก พันธุ์สัตว์ สำหรับเป็นแหล่งอาหารที่บ้านเรียกว่ามีตู้เก็บของสดคุณภาพกินกันทั้งปี กลุ่มเยาวชนที่สนใจสร้างอาชีพจะได้รับเงินทุนต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน และในช่วงโควิดระบาดหนักที่ผ่านมา ครอบครัวยากจนต้องตกงาน ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเด็ก ๆ และยังได้รับการอบรมการดูแลตนเอง การปฏิบัติเมื่อตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น รวมถึงได้รับอุปกรณ์สุขอนามัยพื้นฐาน หน้ากากอนามัย สบู่/เจลแอลกอฮอล์ ในการป้องกันตนเองด้วย
เส้นทางเงิน 600 บาท ของคุณ ถูกนำไปช่วยเติมเต็มความฝันและสร้างอนาคตให้แก่เด็กด้อยโอกาส
- ทุนสนับสนุนการศึกษา
- สร้างแหล่งอาหารปลอดภัยที่บ้าน
- อบรมทักษะ สร้างงานสร้างอาชีพ
- เสริมความรู้วิถีชีวิตแนวใหม่ให้ปลอดภัยสุขอนามัยที่ดี
- ช่วยเหลือในภาวะวิกฤติฉุกเฉิน
- พัฒนาจิตอาสา แกนนำคุณธรรม ความดี
หลายคนอาจเคยได้เห็น ได้ฟังประเด็นเกี่ยวกับการศึกษา เด็กด้อยโอกาส ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มีความซับซ้อน และขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะแก้ได้เพียงคนเดียว หากแต่เรื่องนี้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากคนในสังคม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสให้กับเด็กๆ ที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไปได้ผ่าน มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ฯ โทร 02 747 2600 หรือที่ https://bit.ly/3LCJtNf






