svasdssvasds

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

15 มิ.ย. 2565 เวลา 7:25 น.

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

สัตว์เศรษฐกิจของไทยที่สร้างรายได้ และช่วยให้ประชาชนอยู่กับท้องถิ่น นอกจากไก่เนื้อ ไก่ไข่ โคเนื้อ โคนม สุกร กุ้ง ปลาชนิดต่าง ๆ แล้ว “ไก่พื้นเมือง” ที่มีอยู่เกือบทุกครัวเรือนในทุกภาคของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจสำคัญใกล้ตัวที่ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นได้ไม่รู้จบ หากมีการพัฒนาเครือข่ายการผลิตและมีช่องทางการตลาดที่ดี ทั้งนี้โครงการพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดไก่พื้นเมือง “ใหม่นาดีโมเดล” อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จ

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

สำหรับจุดเริ่มต้นของกลุ่มมีที่มาจากบ้านใหม่นาดี ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ประชาชนบางส่วนจะเข้าไปทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว อย่างไรก็ดีการประกอบอาชีพด้านการเกษตรมักประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เฉพาะอย่างยิ่ง “ฝนแล้ง”ทำให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร ประกอบกับพื้นที่เป็นดินเค็มทำให้การเพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล เกษตรกรจึงมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

“ไก่พื้นเมือง” สัตว์เศรษฐกิจใกล้ตัว สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคง

ขณะที่นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในขณะนั้น ได้กำหนดให้ “จังหวัดชัยภูมิเป็นเมืองแห่งความสุข” จึงได้ขับเคลื่อนให้ มีการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ โดยให้หมู่บ้านใหม่นาดี เป็นแบบอย่างในนาม “ใหม่นาดีโมเดล” และมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปดูแลด้านแหล่งน้ำ ด้านการสร้างอาชีพ ด้านการเพิ่มศักยภาพ การผลิต และด้านการตลาด โดยตั้งเป้าให้ประชาชนในวันแรงงานสามารถหารายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 500 บาท
 

ในเวลาต่อมาสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอจัตุรัส เข้าไปดำเนินการยกระดับความเป็นอยู่ของ “ใหม่นาดีโมเดล” ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2562 ปศุสัตว์อำเภอจัตุรัสได้เข้าไปตรวจสอบทำเลที่ตั้ง และจำนวนปศุสัตว์ในหมู่บ้าน พบประชาชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ส่วนมากจะเลี้ยงแบบ “เหลือตายค่อยได้กิน และเหลือกินค่อยได้ขาย”
 

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มในนาม “กลุ่มผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดล” มีสมาชิกเข้าร่วม 32 ราย โดยมีนายไสว ประดับวงษ์ เป็นประธานกลุ่ม และมีนายณัฐพงศ์ พัชรไพลิน ปศุสัตว์อำเภอจัตุรัส นายยุทธพงษ์ ประดับวงษ์ผู้ใหญ่บ้าน และ พระครูสังฆรักษ์ สัญชาติ เจ้าอาวาสวัดทรายขาวเป็นที่ปรึกษาของกลุ่ม
 

พัฒนาการของกลุ่ม เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 คณะกรรมการกลุ่มผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดลได้ไปศึกษาดูงานด้านการตลาดไก่พื้นเมืองที่ตลาดชายแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยนำเงินหุ้นของกลุ่มซื้อไก่พื้นเมืองของสมาชิกและเกษตรกรในหมู่บ้านในราคากิโลกรัม(กก.)ละ 70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ซื้อขายกันในพื้นที่ นำไก่ไปจำหน่ายจำนวน 128 ตัว น้ำหนัก 180 กก. ปรากฏจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 117 บาท เป็นเงิน 21,060 บาท ได้กำไร 8,460 บาท จุดประกายที่จะสร้างไก่พื้นเมืองให้เป็นอาชีพและรายได้ที่มั่นคงร่วมกับโครงการ “จัตุรัสเมืองแห่งไก่พื้นเมืองคุณภาพ เพื่อการบริโภคและส่งออก”
 

ในการดำเนินงานของกลุ่มได้มีการพัฒนาในหลายด้าน ที่สำคัญได้แก่ การสร้างคุณภาพเพื่อความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคซึ่งจะมีผลต่อความต้องการของตลาด โดยให้สมาชิกทุกคนพัฒนาคอกไก่พื้นเมืองให้ผ่านระบบฟาร์มที่มีระบบป้องกันโรคและการเลี้ยงที่เหมาะสม ( Good Farming Management : GFM) ของกรมปศุสัตว์ โดยในปี 2564 คอกไก่พื้นเมืองของสมาชิกผ่านการรับรอง GFM แล้วจำนวน 12 ราย
 

อย่างไรก็ดีจากการสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่รู้จักของตลาด ทำให้ผลผลิตไก่พื้นเมืองไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด กลุ่มไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดล จึงได้ประสานเครือข่ายไก่พื้นเมืองในอำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ เพื่อรวมตัวกันผลิตไก่พื้นเมืองป้อนสู่ตลาด โดยมีวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองร่วมเป็นเครือข่ายอีก 6 แห่ง เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งด้านการผลิตและการตลาด ประกอบด้วย กลุ่มไก่พื้นเมืองส้มป่อย 1, กลุ่มไก่พื้นเมืองหนองบัวโคกสามัคคี, กลุ่มไก่พื้นเมืองบ้านโนนฝายเหนือ, กลุ่มไก่พื้นเมืองละหานสามัคคี, กลุ่มไก่พื้นเมืองหมู่ 2 ตำบลบ้านกอก และกลุ่มไก่พื้นเมืองบ้านหนองลูกช้าง
 

นอกจากนี้ทางกลุ่มฯยังมีการเพิ่มเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิตให้สมาชิก อาทิ การจัดหาแหล่งเงินทุนให้กับสมาชิกในการจัดทำโรงเรือน เพื่อสร้างความแข็งแรงรอบ ๆ ฟาร์ม เพื่อป้องกันสัตว์ต่าง ๆ เข้าไปทำอันตรายไก่ เช่น สุนัข แมว งู อีกา, การจัดหาพ่อแม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองที่ดีเพิ่มเติมให้แก่สมาชิก, ประสานขอรับวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ , จัดหาโรงสีขนาดเล็กสำหรับครัวเรือนให้แก่สมาชิก ทำให้มีผลพลอยได้จากปลายข้าว รำ เพื่อลดต้นทุนด้านอาหารไก่ เป็นต้น
 

ปัจจุบัน ผลผลิตภายในกลุ่มผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองใหม่นาดี มีแม่ไก่ประมาณ 500 แม่ สามารถผลิตไก่พื้นเมืองหนุ่มสาวได้ประมาณ 20,000 ตัวต่อปี เฉลี่ยสามารถส่งจำหน่ายเป็นไก่มีชีวิตอายุ 3-4 เดือน ได้ประมาณเดือนละ 10,000 กก. และชำแหละพร้อมแปรรูปจำหน่ายอีกประมาณ 300-400 กก.ต่อเดือน ขณะที่ผลผลิตในเครือข่ายกลุ่มไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดล ที่ทางกลุ่มฯจะเป็นแม่ข่ายรวบรวมไก่มีชีวิตเพื่อส่งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ ประมาณสัปดาห์ละ 1,000 กก. (600-800 ตัว)
 

ทั้งนี้สำหรับตลาดบริโภคภายใน กลุ่มไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดล ได้จัดสร้างโรงแปรรูปไก่พื้นเมืองโดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอจัตุรัส ทำการแปรรูปไก่พื้นเมือง ในหลายลักษณะ ได้แก่  ไก่ชำแหละ จำหน่ายทั้งเป็นตัว และสับเป็นกล่องพร้อมปรุงอาหาร,  ไก่หมักสมุนไพรไทย บรรจุถุงสุญญากาศ พร้อมสำหรับนำมาอบ นึ่ง ทอด ย่าง,ไก่พื้นเมืองอบโอ่ง,ไก่บ้านหยอง, ไก่ยอ, น้ำพริกไก่บ้าน , ไส้อั่วไก่บ้าน โดยสินค้าเหล่านี้จะนำไปจำหน่ายที่ตลาดสีเขียวตรงข้ามศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ ทุกวันศุกร์ และตลาดที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น และในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะจำหน่ายเป็นประจำที่จุดสาธิตการตลาด ณ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอจัตุรัส
 

ส่วนตลาดในต่างจังหวัด ทางกลุ่มฯ จะส่งไก่พื้นเมืองมีชีวิตให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดนครราชสีมาสัปดาห์ละ 600-700 กก. และในปี 2564 ที่ผ่านมากลุ่มฯ และเครือข่ายยังได้จัดส่งไก่พื้นเมืองให้กับจังหวัดหนองบังลำภู จำนวน 23,500 ตัว และจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 1,980 ตัว 
 

ตลาดส่งออกต่างประเทศ กลุ่มไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดลและเครือข่ายได้นำไก่พื้นเมืองมีชีวิตไปจำหน่ายที่ ตลาดชายแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 และนำไปจำหน่ายเรื่อยมาในราคากิโลกรัมละ 115-130 บาท โดยได้นำไปจำหน่ายครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมีนาคม 2563 และได้หยุดไปหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มได้รับการประสานจากผู้รับซื้อในตลาดชายแดนช่องจอมให้เตรียมไก่พื้นเมืองไว้จำหน่าย โดยจะดำเนินการเปิดตลาดเร็ว ๆ นี้
 

ตลาดชายแดนที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย ตั้งแต่ต้นปี 2564 ผู้ประกอบการรับซื้อไก่พื้นเมืองส่ง ส.ป.ป.ลาว ประสานขอรับซื้อไก่พื้นเมืองจากทางกลุ่มฯสัปดาห์ละ 1,000 กก. โดยให้ราคา กก. ละ 90 บาท ได้จัดส่งให้ตั้งแต่ต้นปี 2564 จนถึงกลางปี 2564 ต้องหยุดส่ง เนื่องจากทาง สปป.ลาว ปิดประเทศ จึงต้องหันมาจำหน่ายตลาดภายในประเทศ  เวลานี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายคาดทาง สปป.ลาว จะเข้ามาซื้อไก่พื้นเมืองตามปกติในเร็ววัน
 

จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองใหม่นาดีโมเดล เกิดขึ้นจากการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกในการที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชน จึงทำให้การดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของกลุ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันในการเพิ่มผลผลิต การแปรรูป และจำหน่ายในทุกช่องทางการตลาด สร้างจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของกลุ่ม ทำให้อาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมืองได้รับการพัฒนา ทั้งเพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับครัวเรือน และเพื่อจำหน่ายนำรายได้เข้าสู่หมู่บ้าน และครอบครัว สามารถสร้างรายได้ขั้นต่ำเฉลี่ยรายละ 4,000-5,000 บาทต่อเดือนต่อครอบครัว ถือเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด