
“เงินเต็มบ้าน งานเต็มมือ”
“เงินเต็มบ้าน งานเต็มมือ”
เราจะเปลี่ยนกรุงเทพ ให้ “เงินเต็มบ้าน งานเต็มมือ” ด้วย
1. คนกรุงเทพต้องใช้อินเทอร์เน็ตฟรี
คนกรุงเทพต้องใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี เร็ว แรง ครอบคลุม และใช้งานได้จริง ด้วยความเร็ว 1000 Mbps ติดตั้ง 150,000 จุด เพื่อการเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รองรับการเติบโตของ E-Commerce เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ สร้างตลาดค้าขายออนไลน์ผ่านการให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี และจุดบริการในชุมชน นอกจากนั้น อินเทอร์เน็ตยังเป็นประตูเข้าสู่แหล่งความรู้ไม่จำกัด คนกรุงเทพจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้จากทั่วโลกได้
2. 12 เทศกาลใหญ่ 50 เทศกาลเขต
“12 เดือน 12 เทศกาลระดับโลก” จัดเทศกาลระดับโลกทุกเดือน ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในกรุงเทพ
“50 สัปดาห์ 50 เทศกาลเขต” จัดงานเทศกาลเขต ทั้ง 50 เขต ตลอด 50 สัปดาห์ เปิดโอกาสให้แต่ละเขตต้อนรับนักท่องเที่ยว และเกิดรายได้ในพื้นที่
สุดท้ายแล้วจะ “เกิดชุมชนท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่” เปิดโอกาสในการเดินทาง เกิดจุดท่องเที่ยวใหม่ เพื่อความยั่งยืนต่อไปหลังจากเทศกาล
3. จัดตั้งกองทุนเพื่อการจ้างงานชุมชน
สร้างอาชีพ สร้างโอกาส ด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อการจ้างงานชุมชน เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดลงไปในเศรษฐกิจฐานราก จัดสรรตามขนาดของชุมชน ให้ “ชุมชนเป็นผู้กำหนดงาน” เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของแต่ละชุมชน เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนและเกิดเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือกันและกัน และ “เพิ่มรายได้ทันที” เกิดงาน เกิดอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้ทันที
4. สนับสนุนพื้นที่ทำมาค้าขายของคนตัวเล็ก
อาชีพของคนในชุมชน คือ การค้าขาย จึงอยากสนับสนุนเพิ่มพื้นที่ตลาด ด้วยการ “ดึงเอกลักษณ์ตลาดเก่า สร้างแลนมาร์กตลาดใหม่” เพิ่มพื้นที่ทำมาค้าขายด้วยการปรับปรุงตลาดเก่า ดึงเอกลักษณ์ของตลาดที่มีอยู่ เป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมให้คนตัวเล็ก สร้างแลนมาร์กตลาดใหม่ เพิ่มพื้นที่ เพิ่มโอกาสในการค้าขาย
“ขายของได้ทุกวัน” กรุงเทพสามารถทำการค้าขายได้ทุกวัน ไม่ต้องหยุดวันจันทร์ โดยกทม.ต้องมีแผนงานเรื่องการทำความสะอาดในพื้นที่ค้าขายและสำคัญที่สุด คือ “กทม. ต้องเป็นเจ้าภาพใหญ่ช่วยประชาสัมพันธ์”เพื่อช่วยดึงดูดคนมายังตลาด เมื่อมีลูกค้า มีนักท่องเที่ยว ก็สามารถขายของได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในตลาด รายได้ถึงคนตัวเล็ก






