thansettakij
thansettakij
“นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” เดินเกมเปลี่ยนประเทศไทย

“นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” เดินเกมเปลี่ยนประเทศไทย

28 ก.พ. 65 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 65 | 16:46 น.

“นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” เดินเกมเปลี่ยนประเทศไทย สร้างผู้ผลิตเป็นนักรบเศรษฐกิจสู่ตลาดโลก ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต

เพียงไม่ถึง 1 ปีในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)  ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ได้พิสูจน์คำกล่าวที่ว่า “ปาฏิหาริย์มีจริง” เพราะเขาได้สร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเองและองค์กร ในฐานะ CEO ที่อายุน้อยที่สุดของ EXIM BANK ผู้ทุบสถิติ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยผลการดำเนินงานในปี 2564 ที่มียอดคงค้างสินเชื่อ ปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกัน และกำไรสุทธิ สูงที่สุดในรอบ 28 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ 

แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวยังไม่เต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ดร.รักษ์ ยังสามารถบริหารจัดการองค์กรให้พลิกผลประกอบการจากขาดทุนสุทธิ 1,340 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไรสุทธิ ณ สิ้นปี 2564 จำนวน 1,531 ล้านบาท ด้วยการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้น จนทำให้มียอดสินเชื่อคงค้าง 152,773 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 13% ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ 196,726 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs 70,797 ล้านบาท หรือประมาณ 36%

“นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” เดินเกมเปลี่ยนประเทศไทย

ไม่เพียงเท่านี้  EXIM BANK ได้รับรางวัลเกียรติยศรวม 9 รางวัล ได้แก่  2 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2564 จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ประกอบด้วย รางวัลความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น ประเภทดีเด่น  และรางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประเภทชมเชย รางวัล Thailand Quality Management (TQM) ประเภท Best Practices จากมูลนิธิส่งเสริมทีคิวเอ็มในประเทศไทย ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และด้านระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน รางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) รางวัลเกียรติคุณ การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน จากสถาบันไทยพัฒน์ รางวัลอาคารประหยัดพลังงานและคุณภาพอากาศภายในอาคาร จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) ระดับ AA จากสำนักงาน ป.ป.ช. และรางวัลบูธสวยงามยอดเยี่ยม Money Expo 2021 จากวารสารการเงินธนาคาร

นับเป็นความสำเร็จแบบ “ปาฏิหาริย์มีจริง” ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่แทบจะไม่เอื้ออำนวย ทีม EXIM BANK ซึ่ง ดร.รักษ์ หมายมั่นให้เป็นทีม EXIM One ที่หนึ่งในใจลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทำงานในเชิงรุกตามสัญญาที่ให้กันในงานกรรมการผู้จัดการพบพนักงานครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน 2564 ว่า จะเดินเกมรุกแบบ “กล้าดี แผนดี ทีมดี” โดย ดร.รักษ์ ชัดเจนมากในการเป็นผู้นำองค์กรที่กล้าคิดและกล้าลงมือทำแบบ “ฝันให้ใหญ่ ไปให้ไกล และไม่ทิ้งคนตัวเล็ก” 

“นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” เดินเกมเปลี่ยนประเทศไทย

ในปี 2565 ดร.รักษ์ ประกาศย้ำเป้าหมายสู่การเป็น ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์ “เกมเปลี่ยนประเทศไทย (Thailand Game Changer)” โดย EXIM BANK จะเป็นกลไกของภาครัฐทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)” และลบคำสบประมาท ซึ่งเคยเป็นว่าที่ “เสือตัวที่ 5” แต่ทำได้แค่เพียงเป็น “แมวตัวที่ 10” เพราะไม่สามารถพัฒนาได้เร็วเท่ากับประเทศอื่นในอาเซียน อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย

    เกมเปลี่ยนประเทศไทยให้แข่งขันได้และเติบโตก้าวกระโดด มีดังนี้
1. เกมสร้างนักรบเศรษฐกิจ ในการปลดล็อกข้อจำกัดด้านขนาดตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ ประเทศไทยต้องเร่งสร้างผู้ส่งออก SMEs ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 23,000 รายหรือไม่ถึง 1% ของ SMEs รวม เทียบกับเวียดนามที่มีสัดส่วนถึง 10% 
2. เกมสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและตอบโจทย์กระแสโลกในอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green) เพื่อรองรับกระแสรักษ์โลก อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็ว และอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ (Health) สอดรับกระแสการดูแลสุขภาพ 
3. เกมสร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อธุรกิจการค้าและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พาณิชยนาวี Logistics และอุตสาหกรรมที่เป็นพื้นฐานของประเทศตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 

ในการเดินเกมดังกล่าว EXIM BANK จะทำหน้าที่ “ซ่อม” “สร้าง” “เสริม” และ “สานพลัง”  
• “ซ่อม” อุตสาหกรรมที่ประสบวิกฤตหรือแข่งขันไม่ได้ เช่น สายการบิน พาณิชยนาวี และอุตสาหกรรมที่เริ่มไปต่อไม่ได้ โดยช่วยประคับประคองและสนับสนุนให้เกิดการ Transform ธุรกิจ พร้อมพัฒนากิจการตอบโจทย์ลูกค้ายุค Next Normal โดยใน 20 เดือนแห่งวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา EXIM BANK ได้ช่วยเหลือธุรกิจเรือพาณิชยนาวี จำนวน 112 ลำ ช่วยกระตุ้นภาคการส่งออกไทยได้อีกทางหนึ่ง 
• “สร้าง” อุตสาหกรรมสู่อนาคต อาทิ การสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ธุรกิจที่เสริมสร้างเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio, Circular, Green Economy : BCG Economy) โดยยอดคงค้างสินเชื่อ EXIM BANK ในธุรกิจ BCG Economy ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 39,800 ล้านบาท โดยขยายตัว 19% จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างนักรบเศรษฐกิจหน้าใหม่ที่พร้อมบุกตลาดโลก โดย EXIM BANK จะเปลี่ยนผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออก (Indirect Exporters) ซึ่งมีทั้งหมด 300,000 รายให้ผันตัวมาเป็นผู้ส่งออก (Direct Exporters) อาจจะเริ่มต้นจากการค้าออนไลน์บน EXIM Thailand Pavilion ที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม Alibaba หรือดึงเข้าร่วม Supply Chain ของผู้ส่งออก ด้วยบริการ EXIM Supply Chain Financing Solution หากสามารถเปลี่ยนผู้ผลิตเป็นผู้ส่งออกได้ปีละ 5% จะสามารถสร้างผู้ผลิตเป็นผู้ส่งออกหน้าใหม่ได้ปีละ 15,000 ราย
• “เสริม” การค้าการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ อาทิ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) เพื่อปิดช่องว่างการค้าการลงทุน การสนับสนุนให้ผู้ส่งออกรายใหญ่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ 1 รายอาจสร้าง Linkage กลับมาสู่ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศได้มากถึง 500 ราย ปัจจุบัน EXIM BANK มียอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการลงทุนใน CLMV ราว 44,000 ล้านบาท
• “สานพลัง” กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเดินเกมเปลี่ยนแปลงประเทศไทย สร้างคุณค่าและผลลัพธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เกมเปลี่ยนประเทศไทยจะทำให้ประเทศไทยในปี 2568 พลิกโฉมไปในทุกมิติ กล่าวคือ GDP เติบโตมากกว่า 5% ภาคการส่งออกเติบโตมากกว่า 8-10% ผู้ส่งออกไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 100,000 ราย ธุรกิจไทยจะมุ่งไปในทิศทาง Green, Digital, Health (GDH) ตามเทรนด์โลก และตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนของไทยได้แก่ CLMV 

ดร.รักษ์ เปิดเผยว่า ทิศทางการเดินเกมเปลี่ยนประเทศไทยดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาวในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย เป็นการส่งเสริมให้เกิด BCG Economy ทั้งนี้ EXIM BANK ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสินเชื่อ Development Port เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้โต 10% ต่อปี (จากปัจจุบัน 74% ของ Port) สินเชื่อคงค้างของธนาคารจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าถึง 165,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และ 200,000 ล้านบาทในปี 2567 ตลอดจนตั้งเป้าหมายให้ EXIM BANK สามารถเลื่อนชั้นเป็น “ธนาคารขนาดกลาง” ได้ในที่สุด

นับเป็นการบริหารงานต่อยอดการพัฒนาประเทศจากเมื่อครั้งเป็น “นายธนาคารข้างถนน” ขณะดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ระหว่างปี 2561-2564 ผลงานที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ คือ โครงการคลินิกหมอหนี้ ที่ บสย. ปรับโครงสร้างหนี้ให้คนที่เป็นหนี้เสียได้กลับมามีชีวิตปกติได้  ซึ่งถือเป็นรางวัลใจที่ยิ่งใหญ่ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขยายให้ทุกสถาบันการเงินในประเทศไทยทำโครงการนี้และกลายเป็นวาระแห่งชาติในการช่วยเหลือลูกหนี้  

"ผมมีความรู้สึกดีมากที่ได้ช่วยคนเล็กๆ เพราะคนเหล่านี้ไม่สามารถเดินเข้าไปในธนาคารและขอสินเชื่อ การที่เขามีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและได้ทำอะไรดี ๆ ให้สังคม ประเทศชาติ ผมลดเพดานบินจากบินสูงให้ต่ำลง เพื่อให้เห็นภาพของคนไทยที่ยังขาดโอกาสอีกมากมาย มาวันนี้ ผมพยายามทำให้ EXIM BANK ลงมาดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่ผู้ผลิต วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ เพื่อให้พวกเขาร้อยเรียงอยู่ใน Supply Chain ที่เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว

วันที่ดร.รักษ์ ได้รับตำแหน่งเบอร์1 ขององค์กร ในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดนั้น เปรียบเสมือนกัปตันที่จะพาเครื่องบินเทคออฟ หรือ แลนดิ้ง ในจังหวะที่เหมาะสม สามารถที่จะทำสิ่งที่คิดไว้ให้เป็นรูปธรรมได้ เขาจึงไม่รีรอที่จะลงมือทำทันที อะไรที่ดูจะเป็นไปได้ยากนั้น สำหรับ ดร.รักษ์แล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะก่อนหมดวาระที่ บสย. เขาสามารถทำสถิติใหม่ให้ บสย.ฉลองการก้าวเข้าสูปีที่ 30 ด้วยผลงาน “ยอดค้ำประกันสินเชื่อสะสม 1 ล้านล้านบาท” เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะได้สถิติใหม่นี้ในปี 2566 ถึง 2 ปี ดังนั้นการเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการ SMEs ให้เป็นผู้ส่งออก 1 แสนราย ในอีก 4 ปีข้างหน้า จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถอย่างยิ่ง ซึ่งเท่ากับเขาจะกลายเป็น “นายธนาคารเพื่อการพัฒนา” อย่างเต็มภาคภูมิ 

กุญแจสำคัญของความสำเร็จคือ การสร้าง “คน” และ “Empathic Workplace” ในบ้าน EXIM BANK ที่ ดร.รักษ์ กลับเข้ามาดูแลอีกครั้ง หลังจากออกจากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เมื่อปลายปี 2561 ไปเป็น CEO บสย. และกลับมาบ้านหลังเดิมที่รักและผูกพันอีกครั้งในเดือนเมษายน 2564 นโยบายใหม่ ๆ ที่ล้ำสมัยในการบริหารจัดการคนยุค Next Normal ทยอยปรากฏให้เห็น อาทิ สวัสดิการบุฟเฟต์ที่ให้พนักงานเลือกดูแลคนในครอบครัวและคู่ชีวิตได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น แม้แต่ LGBTQA+ เป็นต้น  

“ผมไม่ชอบทำอะไรเล็ก ๆ และไม่เพ้อฝัน ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเชื่อว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้ ขอเพียงเราตั้งใจและพยายาม ผมจึงคิดใหญ่เสมอ และลงมือทำทันที หากพบข้อจำกัด จะรีบแก้ไขเพื่อไปต่อ ทุกข้อเสนอแนะหรือแม้แต่คำสบประมาทคือแรงผลักดันให้ผมวิ่ง วิ่งให้ทุกคนเห็นศักยภาพของทีมเรา ซึ่งทีม EXIM BANK ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ผมเพียงแค่สนับสนุนและดูแลระบบบริหารจัดการที่จะช่วยทำลายข้อจำกัดและเติมศักยภาพของเพื่อนพนักงาน EXIM BANK ให้มีความ ‘กล้าดี แผนดี ทีมดี’ ที่จะเดินตามความฝันที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ไปให้ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงานหรือประชาชนรายย่อย เพราะทุกคนล้วนมีครอบครัว มีคนที่เขารักและต้องดูแล เราจะสร้างความสุขจากในองค์กรไปสู่สังคมภายนอกด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมแก่สังคมและประเทศชาติของเรา” ดร.รักษ์ กล่าว 

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • EXIM BANK