
“สุวัจน์”เสนอรัฐดันโครงสร้างพื้นฐานทางด้านน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน
“สุวัจน์”เปิด“ครัวโคราช”เติมกำลังใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม เสนอภาครัฐ 4 ประเด็น วิธีแก้ไขปัญหายั่งยืน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านน้ำ
KEY
POINTS
- นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยผลักดันการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ
- เสนอให้จัดทำแผนแม่บทขนาดใหญ่ (Mega master plan) ที่มีกรอบเวลาและงบประมาณที่ชัดเจน เหมือนแผนการสร้างมอเตอร์เวย์หรือรถไฟฟ้า
- แผนแม่บทควรกำหนดการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น เขื่อน ฟลัดเวย์ คลองระบายน้ำ และผนังกั้นน้ำ โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง
- การลงทุนดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานเปิดโครงการ “ครัวโคราช & ศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน รวมใจสู้ภัยน้ำท่วม 2569” เพื่อระดมความช่วยเหลือส่งต่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569
ภายในงานมี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้อำนวยการศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย รวมถึงกลุ่มแม่ครัวจิตอาสาและพี่น้องชาวโคราชเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นายสุวัจน์ กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 26 จังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 3 ล้านคน ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักระลอกใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ในหลายพื้นที่รุนแรงขึ้น
เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือนและขาดแคลนอาหาร กลุ่มจิตอาสา ผู้นำท้องถิ่น และคณะแม่บ้านชาวโคราช จึงร่วมกันฟื้นฟูโครงการ “ครัวโคราช” ซึ่งเคยดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 โดยจิตอาสาจะหมุนเวียนกันปรุงอาหารสดใหม่ตั้งแต่เวลา 21.00–02.00 น. ของทุกวัน ตั้งเป้าผลิตอาหารประมาณ 1,500 ชุดต่อวัน
เมนูหลักเป็น “ข้าวเหนียวหมูทอด” พร้อมกล้วยหอมและน้ำดื่ม บรรจุเป็นถุงยังชีพ เนื่องจากสามารถเก็บไว้ได้นานและเหมาะสำหรับการขนส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยที่ผ่านมาได้จัดส่งความช่วยเหลือไปยังจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว 1,500 ชุด และเตรียมส่งต่อไปยังจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ นายสุวัจน์ เสนอแนวทางต่อภาครัฐ 4 ประเด็น เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ ได้แก่
1. ระบบเตือนภัยและการสื่อสาร ให้ข้อมูลประชาชนอย่างรวดเร็ว เข้าใจง่ายและทั่วถึง เพื่อให้สามารถเตรียมตัว ขนย้ายทรัพย์สิน หรืออพยพได้ทันเวลา
2. การช่วยเหลือฉุกเฉิน เร่งจัดส่งอาหารและนำประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่เสี่ยง
3.ให้เข้าไปดำเนินการบูรณะซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ที่เสียหายจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว
และ 4.ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านน้ำ Mega master plan ด้านอินฟราสตรัคเจอร์ด้านน้ำ โดยมีแผนงานที่ชัดเจน ว่าจะแล้วเสร็จภายในกี่ปี อาจจะเป็น 10 ปีก็ได้
“พื้นที่ตรงไหนที่จะสร้างเขื่อน สร้างฟลัดเวย์ สร้างคลองระบายน้ำ แก้มลิง สร้างผนังกันน้ำ ก็กำหนดเป็นแผนแม่บทในลักษณะเดียวกับแผนแม่บทในการสร้างมอเตอร์เวย์ หรือ สร้างรถไฟฟ้า ที่ชัดเจนทั้งระยะเวลาและงบประมาณ และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เป็นผู้รับผิดชอบ การดำเนินการได้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย”
นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่มั่นคง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคอุตสาหกรรม และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติ
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” พร้อมเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
“ขอส่งกำลังใจและขอให้ทุกท่านปลอดภัย ปัญหาคลี่คลายกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว” นายสุวัจน์ กล่าว






