
ด่วน มติ ศาล รธน. "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
มติศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุดวันนี้ 28 ก.ย.69 วินิจฉัย คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569 "ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ" ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ (28 ก.ย.69) ระบุว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ศาลให้เหตุผลว่า การทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้ง สส. ไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ทำให้การใช้สิทธิ์ของประชาชนไม่เป็นความลับ มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงเอกสาร การเชื่อมโยงไปถึงการใช้สิทธิ์ แต่เป็นการควบคุมบัตรเลือกตั้ง การจัดส่งบัตรได้ และป้องกันการปลอมแปลงได้ แต่ก็เห็นว่าไม่ควรใช้สัญลักษณ์ที่จะนำไปสู่การเชื่อมโยงได้
โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในเวลา 09.30 น. ก่อนอ่านคำวินิจฉัยเวลา 14.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 กรณีบัตรเลือกตั้งการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งปรากฏบาร์โค้ดบนบัตรบัญชีรายชื่อและคิวอาร์โค้ดบนบัตรแบบแบ่งเขต ว่าอาจสืบย้อนถึงผู้ลงคะแนนและกระทบหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
จากภาพนับคะแนนสู่ข้อสงสัยของสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้เรื่องเริ่มจากภาพที่สื่อหลายสำนักเผยแพร่ระหว่างการนับคะแนนช่วงเย็นถึงค่ำวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 เมื่อกรรมการประจำหน่วยชูบัตรขึ้นนับและพบแถบบาร์โค้ดกับคิวอาร์โค้ด ซึ่งไม่เคยปรากฏในการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ
ต่อมาภาคประชาชน นักวิชาการ สื่อมวลชนบางส่วน และอินฟลูเอนเซอร์ทางการเมือง ร่วมกันตรวจสอบ โดยนำรหัสบนบัตรไปเทียบกับต้นขั้วบัตร เพื่อระบุหน่วยเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่การระบุตัวผู้ใช้สิทธิได้ จึงเกิดเสียงวิจารณ์หนักต่อ กกต. ซึ่งขณะนั้นเผชิญแรงกดดันจากกรณีการขนหีบเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต 1
ด้าน กกต. โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงหลายครั้งว่าการลงคะแนนยังเป็นไปโดยลับ พร้อมอธิบายหลักการรักษาความลับและความปลอดภัยของบัตร
Timline เส้นทางคดี จากคำร้องสู่การไต่สวนกว่า 5 เดือน
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 หลังได้รับเรื่องร้องเรียน 22 คำร้อง โดยระบุว่าการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดน่าเชื่อว่าสืบทราบตัวตนและผลการลงคะแนนได้ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา เช่น มาตรา 4, 25, 32, 34, 50 (7), 83 วรรคสอง, 85, 95 และ 224
วันที่ 18 มี.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 รับคำร้องไว้พิจารณา จากนั้นไต่สวนพยาน 5 ปาก ได้แก่
- นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมชำนาญการ สำนักงาน กกต.
- นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง
- นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
- นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด
- นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ศาลยังอนุญาตให้นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. สังเกตการณ์การไต่สวน และให้ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. สาธิตกระบวนการจัดเก็บบัตร
นอกจากนี้ ตุลาการ 2 คน คือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เก็บบัตร ต้นขั้ว บัตรที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง







