
เส้นทางชีวิต 'ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์' นายกพัทยาสมัย2 กับ 33 นโยบาย Better Pattaya
จากทายาทบ้านใหญ่สู่ขุนพล 'Better Pattaya' เปิดเบื้องลึกเส้นทางชีวิตและประวัติ 'นายกเบียร์-ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์' กับชัยชนะเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาปี 69 ที่ไม่ใช่แค่รักษาเก้าอี้ แต่คือการยกระดับพัทยาสู่ MICE City และเมืองดิจิทัลระดับสากล
KEY
POINTS
- นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ชนะการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 20,184 คะแนน
- เป็นทายาทนักการเมือง "บ้านใหญ่" มีประสบการณ์ทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติก่อนดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา
- ชูนโยบาย "Better Pattaya 2.0" ซึ่งประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ 33 นโยบาย ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต
- นโยบายสำคัญ ได้แก่ การผลักดันพัทยาเป็นเมืองเทศกาล (MICE & Festival City) การใช้ระบบเมืองจำลองเสมือนจริง (Digital Twin) และการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 สปอร์ตไลท์ทางการเมืองและการเมืองท้องถิ่นฉายชัดไปที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือ "นายกเบียร์" อีกครั้ง
เมื่อเขาสามารถรักษาฐานที่มั่นสำคัญอย่างเมืองพัทยาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยคะแนนเสียง 20,184 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งจากพรรคประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคะแนนนิยมส่วนตัว แต่คือการเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ "Better Pattaya" ที่ถูกยกระดับสู่เวอร์ชัน 2.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล
ถอดรหัส 'ดีเอ็นเอ' บ้านใหญ่: จากทายาทรัฐมนตรีสู่ธุรกิจหมื่นล้าน
เส้นทางของ "ปรเมศวร์" เกิดวันที่ 29 พฤศจิกายน 2515 ถูกหล่อหลอมด้วยจิตวิญญาณทางการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย ในฐานะบุตรชายของ นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีต สส.ชลบุรี 6 สมัย ผู้เป็นตำนานแห่งค่ายพลังชล
พื้นฐานครอบครัวไม่เพียงแต่หยั่งรากลึกในงานการเมือง แต่ยังแข็งแกร่งในภาคธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานแป้งสาคู โรงงานน้ำปลา ไปจนถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมชั้นนำในพัทยา
ด้วยดีกรีปริญญาโทด้านการเงินจาก California State University สหรัฐอเมริกา ปรเมศวร์เริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นสมาชิกสภา อบจ.ชลบุรี ก่อนจะก้าวสู่สนามระดับชาติเป็น สส.ชลบุรี
แม้จะเคยผ่านบทเรียนความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งปี 2562 ท่ามกลางกระแสการเมืองใหม่ แต่เขากลับนำบทเรียนนั้นมาปรับใช้ในการเมืองท้องถิ่นจนคว้าชัยนายกเมืองพัทยาในปี 2565 และกลายเป็นผู้กอบกู้ศักดิ์ศรีของ "กลุ่มเรารักพัทยา" อย่างเต็มตัว
Better Pattaya 2.0: ยุทธศาสตร์ 33 นโยบาย พลิกโฉมพัทยาสู่ยุคดิจิทัล
ในการหาเสียงปี 2569 ปรเมศวร์ไม่ได้ขายเพียง "ภาพฝัน" แต่มาพร้อมกับ "3 ยุทธศาสตร์ 33 นโยบาย" ที่เป็นรูปธรรมและเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจยุคใหม่ (MICE & Festival City)
- ผลักดันพัทยาเป็น "เมืองเทศกาลระดับนานาชาติ" และ MICE City เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักธุรกิจและ Digital Nomad ทั่วโลก,
- นโยบาย "Pop-up Market" เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านจับสลากค้าขายในงานเทศกาลฟรี เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน
- เดินหน้าโครงการ "พัทยาเมืองภาพยนตร์" ภายใต้มาตรฐานยูเนสโก เพื่อสร้าง Soft Power ในระดับโลก
นวัตกรรมบริหารเมือง (Smart City & Digital Twin)
- การนำระบบ Digital Twin (เมืองจำลองเสมือนจริง) มาใช้ในการวางแผนเมืองและดึงดูดนักลงทุน
- ยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบ CCTV อัจฉริยะที่ประชาชนสามารถดูภาพสด (Real-time) ได้ในพื้นที่สาธารณะบางจุดเพื่อความโปร่งใส
- ใช้ระบบ Pattaya Data Platform และ ERP ในการบริหารจัดการงบประมาณและภาษีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต (Infrastructure & Welfare)
- แก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จ: จาก 23 จุดเสี่ยง ปัจจุบันเหลือเพียง 3 จุดที่ซ้ำซาก โดยเตรียมสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลถึง 90%
- Smart Life: นโยบาย "หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน" ผ่านระบบ Telemedicine และบริการรถรับ-ส่งผู้ป่วยด้อยโอกาสฟรี
- สวัสดิภาพสัตว์: สร้างศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดบนพื้นที่ 30 ไร่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
สรุปประวัตินายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
ภูมิหลังครอบครัวและธุรกิจ
- ทายาทบ้านใหญ่: นายปรเมศวร์เป็นบุตรชายของ นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีต สส. ชลบุรี 6 สมัย ซึ่งเป็นนักการเมืองอาวุโสผู้กว้างขวางในจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา
- สถานะทางครอบครัว: สมรสกับนางชนิดา งามพิเชษฐ์ มีบุตร 2 คน
- ฐานะทางธุรกิจ: นอกจากงานการเมือง เขายังเป็นนักธุรกิจเจ้าของกิจการหลายประเภท เช่น โรงงานแป้งสาคู, โรงงานน้ำปลา, โรงแรม และสถานบันเทิง โดยในปี 2565 มีการแจ้งทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 157.97 ล้านบาท
ประวัติการศึกษา
- มัธยมศึกษา: โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา และโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์
- ระดับอุดมศึกษา: สำเร็จระดับอนุปริญญาจาก Chaffey College สหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อจนจบ ปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาการเงิน จาก California State University, San Bernardino
เส้นทางการเมือง
- การเมืองท้องถิ่น: เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (ส.อบจ.) เขตอำเภอบางละมุง และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกเมืองพัทยา
- ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดชลบุรี หลายสมัย (พ.ศ. 2549, 2554 และ 2557) ในสังกัดพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังชล
- เคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อปี 2543
- ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างปี 2562–2565
นายกเมืองพัทยา
- สมัยแรก (2565–2569): ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ด้วยคะแนน 14,633 คะแนน
- สมัยที่สอง (2569–ปัจจุบัน): ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ด้วยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 20,184 คะแนน โดยชูนโยบาย "Better Pattaya เวอร์ชัน 2.0"
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
- พ.ศ. 2556: ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
- พ.ศ. 2555: ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
เสียงสะท้อนจากชัยชนะ: "ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ"
ภายหลังประกาศชัยชนะ นายปรเมศวร์ได้แถลงขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจให้เขากลับมาสานต่องานที่ทำค้างไว้ โดยเฉพาะโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง สนามกีฬาความจุ 20,000 ที่นั่ง ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 7-8 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเป็น Sport City
"เราทำงานอย่างสร้างสรรค์ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มใดก็ตาม เพื่อรวมพลังพัฒนาพัทยาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน ของคนทั้งประเทศ"
คือคำมั่นสัญญาที่เขามอบให้แก่คนพัทยา ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่จุดสิ้นสุดของการเลือกตั้ง แต่คือจุดเริ่มต้นของการนำพัทยาพุ่งทะยานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC อย่างสมบูรณ์แบบ







