
'ชัชชาติ' ประกาศชัยชนะ ขอบคุณทุกคะแนน หวัง 4 ปี กรุงเทพฯ ขึ้นเมืองชั้นนำโลก
'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ประกาศชัยชนะ หลังผลเลือกตั้งคาดชนะขาด จ่อนั่งผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 ของคุณทุกคะแนนเสียง หวัง 4 ปี กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองชั้นนำโลก พร้อมดันนโยบายเป็นยุทธศาสตร์ 100 วันแรก
KEY
POINTS
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศชัยชนะหลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำห่าง พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบความไว้วางใจ
- เตรียมเดินหน้าทำงานทันที โดยมีแผนปฏิบัติการเร่งด่วนในช่วง 100 วันแรก และพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนากรุงเทพฯ
- ตั้งเป้าหมายสำคัญในวาระ 4 ปีข้างหน้า คือการผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวขึ้นเป็นเมืองชั้นนำระดับโลก
วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 20.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขึ้นเวทีกล่าวเปิดใจหลังจาก ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นได้รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 50% โดยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. รายอื่นว่า ในอนาคตว่าเป็นช่วงจังหวะที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและเป็นงานที่หนักมากสำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคนต่อไป
มั่นใจคะแนนทิ้งห่างสูงกว่าสมัยแรก
ทั้งนี้ได้ย้ำกับทีมงานเสมอว่าการทำงานในวาระนี้จะมีความยากลำบากกว่าครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากประชาชนมีความคาดหวังสูงขึ้นมาก ประกอบกับสถานการณ์ของโลกและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้ต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อรับใช้ประชาชนทุกคนโดยไม่คำนึงว่าบุคคลเหล่านั้นจะเลือกตนเองเข้ามาทำหน้าที่หรือไม่ก็ตาม
“ผลคะแนนการเลือกตั้ง อย่างไม่เป็นทางการตอนนี้มีผู้มาลงคะแนนโหวตให้เกินกว่า 50% แล้ว แม้จะต้องรอผลการประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกครั้งแต่แนวโน้มคะแนนปัจจุบันยังคงนำอยู่สูง โดยผลคะแนนครั้งนี้กับครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเคยได้ประมาณ 51% แต่ในครั้งนี้คะแนนมีแนวโน้มสูงถึง 64% สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มความนิยมและการยอมรับในนโยบายของทีมงานได้รับผลตอบรับที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากประชาชนทุกกลุ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ”
ขอบคุณคะแนนเสียง พร้อมคลอดแผน 100 วันแรก
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนกรุณาออกมาใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นความสวยงามของการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยตนเองยังยืนยันจุดยืนในการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนทุกคนและเชื่อมั่นว่าการได้รับความไว้วางใจจากคะแนนเสียงเหล่านี้คือพันธสัญญาที่ต้องเร่งดำเนินการพัฒนาเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องตามที่ได้ตั้งใจไว้
สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้การรับรองผลอย่างเป็นทางการแล้ว นายชัชชาติระบุว่า ขั้นตอนแรกคือการนำแผนงานทั้งหมดดว่า 260 แผนที่เตรียมไว้เป็นนโยบายมาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โดยจะมีการจัดลำดับความสำคัญของงาน
พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการเร่งด่วนในช่วงระยะเวลา 100 วันแรกของการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องมุ่งเน้นการจัดการปัญหาที่ยากและซับซ้อนก่อนเป็นลำดับแรกเนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนานกว่าเรื่องอื่นเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
ส่วนของประเด็นที่ประชาชนให้ความกังวลในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งโดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสและการป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการต่ออย่างเข้มข้นเพื่อให้สมกับที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารงาน
พร้อมรับข้อเสนอทุกพรรค
นายชัชชาติ กล่าวว่า ยังได้รับโทรศัพท์จากนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชน ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและฝากนโยบายที่เป็นประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะเรื่องศูนย์เด็กเล็กและการป้องกันปัญหาท่อน้ำทิ้งต่าง ๆ ซึ่งนโยบายของทุกพรรคที่เห็นว่าเป็นเรื่องดีจะถูกนำมาศึกษาและพิจารณาเพื่อทำงานร่วมกันต่อไป
“ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน คงไม่มีปัญหา ไม่ว่าใครจะมา ทุกคนผมว่าพอผ่านการเลือกมาแล้วทุกคนก็เป็นพันธมิตรเป็นคุยกันได้ และสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาเมืองๆ นี้ไป เพราะว่าทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่า ไม่ว่าจะโหวตให้ใครก็มีค่า"
ทั้งนี้ยังยืนยันว่าพร้อมที่จะรับฟังและนำเอาทุกความคิดเห็นมาเป็นส่วนหนึ่งในการหาคำตอบที่ดีที่สุดให้แก่คนกรุงเทพมหานคร และเชื่อว่าการทำงานร่วมกันเป็นทีมจะช่วยขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้นภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ
นายชัชชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้มาจากความสามารถของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างหนักของทีมงานทุกคน รวมถึงทีมซัพพอร์ตและอาสาสมัครที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด รวมทั้งสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารนโยบายต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
“การทำงานที่เป็นระบบและมีความพร้อมของทีมชัชชาติคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถสื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วนและตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกระดับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันเลือกตั้ง”
หวัง 4 ปีหน้า กทม.เป็นเมืองชั้นนำของโลก
อย่างไรก็ดีเป้าหมายสำคัญในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้าคือการเดินหน้าทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและขึ้นมาอยู่ในลำดับชั้นนำเคียงคู่กับเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของคนกรุงเทพฯ และความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยให้เมืองหลวงของไทยไม่แพ้เมืองใดในโลกอย่างแน่นอน
พร้อมย้ำว่าความมุ่งมั่นนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นการทำงานเพื่อคนทุกคนที่จะต้องจับมือร่วมกันเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองในทุกมิติ
"มันไม่ใช่ชัยชนะนะ มันก็เป็นคำสั่งจากประชาชน และรู้เลยว่างานไม่ได้เบาเลยนะ งานหนัก วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเฉลิมฉลองเลย เวลาที่ต้องมาเตรียมตัวมาคิดให้ถี่ถ้วนเลยว่าอะไรจะต้องทำ 1 2 3 4 ให้เข้มข้นต่อไป โดยมคะแนนเสียงที่ได้รับคืออำนาจหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้มาแก้ไขปัญหาของเมืองมากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องของชัยชนะในการแข่งขันทางการเมือง จึงไม่มีเวลาให้กับการเฉลิมฉลองเพราะงานบริหารเมืองยังคงรอคอยการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในหลายจุด”
เตรียมพร้อมทำงานต่อ
ส่วนแผนงานในวันถัดไปคือการเริ่มจัดลำดับความสำคัญและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าพบทีมงานและข้าราชการกรุงเทพมหานครในวันแรกของการทำงาน
ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะถ่ายทอดรายละเอียดของเป้าหมายร่วมกันให้ข้าราชการได้รับทราบและเข้าใจตรงกันตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเดินไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวและผู้ที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง
“ไม่มีใครสามารถทำงานนี้ได้เพียงลำพังแต่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากทั้งอาสาสมัคร ประชาชน และสื่อมวลชนที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสาร แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะพบกับสถานการณ์ต่าง ๆ หรือข้อวิพากษ์วิจารณ์จากการหาเสียงอยู่บ้างแต่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อโดยไม่ย่อท้อ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือร่วมใจของทุกคนจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริงให้เกิดขึ้นกับกรุงเทพมหานครในอนาคตอันใกล้” นายชัชชาติ ระบุ
ตอบข้อสงสัยสื่อมวลชน
เมื่อถามว่า ในระยะเวลา 4 ปีต่อจากนี้ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯ มิติใดบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ว่า 2 มิติ คือเรื่องคุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น คนต้องมีสิ่งแวดล้อม มีการศึกษา มีอะไรดีขึ้น และประสิทธิภาพของเมืองต้องดีขึ้น 2 ตัวนี้ว่าอนาคตเราต้องดึงการลงทุน ดึงธุรกิจต่าง ๆ เข้ามา เพราะว่าเมืองมันคือตลาดแรงงาน และถ้าเกิดเศรษฐกิจเติบโตขึ้นได้ คนจะมีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องมีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการพัฒนาเมืองให้คนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อถามถึงทีมที่ปรึกษาและทีมงานที่จะมาช่วยงาน มีเกณฑ์ในการเลือกอย่างไร และจะมีใครเข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. บ้าง นายชัชชาติ ยอมรับว่า จะพิจารณาอีกครั้ง โดยทีมงานก็คงอยู่หมด แต่ตำแหน่งอาจจะไมเหมือนเดิม เพราะขอดูความเหมาะสมก่อน โดยเชื่อว่าทุกคนไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าทุกคนที่มาเราบอกแล้วว่าไม่ได้หวังอำนาจวาสนา หวังแค่เอาปัญญามาแก้ไข เพราะจริง ๆ แล้วหวังจะมาช่วยกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น โดยไม่ได้ติดในตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามถึงประเด็นในช่วงหาเสียงมีประเด็นเรื่องระบบอากงที่ถูกโจมตีนั้น นายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่มีระบบอากง และคิดว่าพี่น้องประชาชนก็สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบอากง เห็นได้จากตัวเลขคะแนนเสียงที่ออกมา แต่ว่าถ้าเกิดประชาชนยังมีข้อสงสัยอยู่ ก็ต้องทำให้ชัดเจน ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นวาทกรรมที่ควรสร้างขึ้นมา และเราก็ไม่เคยมีระบบนี้ ถ้าเกิดอนาคตก็ต้องทำให้ประชาชนชัดเจน และมีข้อสงสัยอย่างไหนก็ต้องเคลียร์ให้หมด แต่ท้ายที่สุดขอยืนยันว่าไม่มีระบบนี้






