
'ณัฐพงษ์' นั่งหัวหน้าพรรค ปชน. ต่อ 'พิจารณ์' นั่งเลขาฯ ตั้ง 'ภคมน' โฆษก
การประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชนวันนี้ เห็นชอบ 'ณัฐพงษ์' นั่งหัวหน้าพรรคต่อ ส่วน 'พิจารณ์' เป็นเลขาธิการ และ 'ภคมน' เป็นโฆษก ด้านเลขาฯ ป้ายแดงประกาศให้ความสำคัญพัฒนาองคาพยส้มทั้งระบบ
KEY
POINTS
- ที่ประชุมใหญ่พรรคประชาชนมีมติให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป
- แต่งตั้งนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่
- แต่งตั้งนางสาวภคมน หนุนอนันต์ ดำรงตำแหน่งโฆษกพรรค
26 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชนว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคได้ให้ความเห็นชอบให้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค และน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนนางสาวภคมน หนุนอนันต์ เป็นโฆษกพรรค พร้อมยืนยันว่าทุกคนพร้อมทำงานเต็มที่
ขณะที่นายณัฐพงษ์ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับตำแหน่งอื่น ๆ ยังคงเดิม คือ น.ส.ชุติมา คชพันธ์ เหรัญญิกพรรค และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายทะเบียนสมาชิกพรรค
ส่วนการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ 9 คณะตามที่ได้รับการจัดสรร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการคัดเลือกกำลังจะเกิดขึ้นภายในพรรค โดยเปิดกว้างให้ผู้มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น สส.ปัจจุบัน อดีต สส. หรือแม้แต่ สส. 10 คนในคดีจริยธรรม
มีรายงานข่าวว่า โควตาประธาน กมธ. ของพรรคประชาชนมี 9 คณะ ประกอบด้วย
- กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
- กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน
- กมธ.คมนาคม
- กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ
- กมธ.การทหาร
- กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
- กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ
- กมธ.การสวัสดิการสังคม
- กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย
ส่วนกรณีการลดบทบาท “บ้านใหญ่” ภายในพรรค นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำงานการเมืองต้องเปิดกว้าง ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่ปิดกั้นที่มาของผู้สมัคร และไม่พิจารณาเพียงนามสกุล
“ไม่ว่านามสกุลใด หากมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคและต้องการทำงานเพื่อประชาชน ก็ต้องเปิดโอกาส และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ยิ่งคัดเลือกได้เร็ว ก็ยิ่งได้พิสูจน์ตัวเองนอกฤดูกาลเลือกตั้ง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า จะเดินหน้าต่อยอดนโยบายและมติพรรคให้เกิดผลจริง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกองคาพยพของพรรค
ทั้ง สส. ทีมจังหวัด และเครือข่าย ต้องทำงานสอดประสานกัน พร้อมเสริมศักยภาพด้านกฎหมายและกลไกรัฐสภา เพื่อให้การทำงานทั้งในและนอกสภาเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ
ส่วนเป้าหมายการคัดเลือกผู้สมัคร สส. ให้เร็วขึ้น นายพิจารณ์ กล่าวว่า จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงความกดดันในตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายพิจารณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่คือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายทางการเมือง พร้อมมองว่าเป็น “โอกาสในวิกฤต” ในการขับเคลื่อนพรรคผ่าน สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่






