
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 319 นาย “หลานป๋าเปรม” ขึ้นแม่ทัพน้อยที่ 4
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 319 นาย “ญาติชินวัตร” พ้นทีมเสธ.รมว.กลาโหม ดัน พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ “หลานป๋าเปรม” ขึ้นแม่ทัพน้อยที่ 4
KEY
POINTS
- มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและโยกย้ายนายทหารกลางปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 319 นาย
- พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ หลานชายของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้รับการแต่งตั้งจากรองแม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4
- มีการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ที่น่าจับตา เช่น พล.ต.สราวุธ ชินวัตร ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการเลื่อนตำแหน่งนายทหารที่ดูแลพื้นที่ชายแดนขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาค
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและโยกย้ายนายทหารกลางปี ประจำปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 319 นาย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
การปรับย้ายครั้งนี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญในหลายหน่วยงานของกองทัพ โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก
โยก“ญาติชินวัตร”พ้นทีมเสธ.รมว.กลาโหม
ในส่วนของ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีการโยกย้ายที่ถูกจับตา คือ พล.ต.สราวุธ ชินวัตร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในยุคของ นายสุทิน คลังแสง และ นายภูมิธรรม เวชยชัย ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
สำหรับ กองทัพบก มีการปรับตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง โดย
พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ จากแม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น รองเสนาธิการทหารบก
พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1
พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็น แม่ทัพน้อยที่ 4 ซึ่งถือเป็นการขยับบทบาทสำคัญของนายทหารสายตระกูล ติณสูลานนท์ หลานของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
ขณะเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก
นายทหารชายแดนขึ้นรองแม่ทัพภาค
อีกตำแหน่งที่น่าสนใจคือ การขยับของนายทหารที่มีบทบาทด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้แก่
พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2
พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 และผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 3
นอกจากนี้ พล.ต.สุขไชย สาทสถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก
แต่งตั้งผู้บัญชาการหน่วยสำคัญ
ในระดับผู้บังคับหน่วย
พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6
พ.อ.ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ ได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการกองทัพบก
กองทัพเรือปรับกำลังผู้บริหาร
ในส่วนของ กองทัพเรือ มีการแต่งตั้งสำคัญ ได้แก่
พล.ร.ต.โชคชัย เรืองแจ่ม ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ
พล.ร.จ.พิสิฐ รังษีภานุรัตน์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็น เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ
พล.ร.ต.ชาตรี เปี่ยมศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ เป็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ทั้งนี้ การปรับย้ายนายทหารกลางปีครั้งนี้ถือเป็นการปรับกำลังสำคัญก่อนเข้าสู่การจัดทำบัญชีโยกย้ายประจำปี ซึ่งมักมีผลต่อโครงสร้างผู้นำในกองทัพช่วงปลายปีต่อไป
คลิกดูเพิ่มเติมจากราชกิจจานุเบกษา











