thansettakij
thansettakij
ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 2569 ก่อนนำทูลเกล้าฯ

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 2569 ก่อนนำทูลเกล้าฯ

10 มี.ค. 2569 | 06:28 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 06:37 น.

ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เปิดทางจัดประชุมสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หลังรับรอง ส.ส. ครบ 95%

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
  • การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผล ส.ส. แล้วเกินกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
  • ร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับดังกล่าวยังไม่ได้ระบุวันเรียกประชุมที่ชัดเจน โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

วันที่ 10 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ตามที่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อ พระมหากษัตริย์ สำหรับการทรงเรียกประชุมรัฐสภาและทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก

ทั้งนี้ ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวยังไม่ได้ระบุวันเรียกประชุมรัฐสภา โดยมอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ สำนักงานองคมนตรี เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม 

การดำเนินการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการเลือกตั้งและประกาศผลแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด หรืออย่างน้อย 475 คน ก่อนจะนำร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามขั้นตอนต่อไป 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 83 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 500 คน แบ่งเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 400 คน และสมาชิกแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 100 คน
ขณะที่มาตรา 84 ระบุว่า ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดแล้ว หากมีความจำเป็นสามารถเรียกประชุมรัฐสภาได้

ส่วนมาตรา 85 วรรคสี่ กำหนดให้ กกต. ต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายหลังการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยต้องประกาศผลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดกรอบไว้ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569 
นอกจากนี้ มาตรา 121 วรรคหนึ่ง ยังบัญญัติว่า ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ จะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าประชุมเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในวันที่ 22 เมษายน 2569 

ขณะเดียวกัน มาตรา 122 ระบุว่า พระมหากษัตริย์ ทรงมีพระราชอำนาจในการเรียกประชุม เปิดประชุม และปิดประชุมรัฐสภา โดยสามารถเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้พระรัชทายาทที่ทรงบรรลุนิติภาวะ หรือผู้แทนพระองค์ มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนก็ได้ ซึ่งการเรียกประชุมรัฐสภาจะต้องดำเนินการผ่านพระราชกฤษฎีกา 

ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และเกิดความเรียบร้อยในการดำเนินงานของฝ่ายนิติบัญญัติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ขึ้น และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนทันทีเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการเลือกตั้งครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ประกาศรับรอง ส.ส.ไปแล้ว รวมจำนวน 499 คน ถือว่าครบหลักเกณฑ์ 95%  (475 ที่นั่ง) แล้ว