thansettakij
thansettakij
“กรวีร์” เปิดใจเคล็ดลับ DNA ผู้แทนฯ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่! หนุนสอดประสาน “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ขับเคลื่อนประเทศ ชู “คนละครึ่งพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจรากหญ้า

“กรวีร์” เปิดใจเคล็ดลับ DNA ผู้แทนฯ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่! หนุนสอดประสาน “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ขับเคลื่อนประเทศ ชู “คนละครึ่งพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจรากหญ้า

28 ก.พ. 2569 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :01 มี.ค. 2569 | 10:25 น.

“กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง ถอดบทเรียนการทำงานยึดคติ “เข้าถึง-โปร่งใส-แก้ได้จริง” ชี้หัวใจสำคัญนักการเมืองคือการเป็นตัวเชื่อมชาวบ้านกับรัฐ ย้ำชัดส่งต่อเจตนารมณ์จากรุ่นพ่อ “สมศักดิ์” ต้องเสมอต้นเสมอปลาย พร้อมเปิดรับพลังคนรุ่นใหม่ประสานประสบการณ์รุ่นเก๋า หวังเห็นการเมืองเชิงนโยบายที่กินได้จริง เชื่อมั่น “คนละครึ่งพลัส” คือคำตอบฟื้นปากท้องประชาชนอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เผยเคล็ดลับการเป็น สส. ที่ดีคือต้องไม่ทิ้งพื้นที่ ลงพื้นที่สม่ำเสมอเพื่อรับฟังและแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง
  • สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างนักการเมือง "รุ่นใหม่" ที่มีพลังและแนวคิดใหม่ และ "รุ่นเก่า" ที่มีประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้แก้ปัญหาปากท้อง โดยเสนอให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง "คนละครึ่งพลัส" เพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง ให้ สัมภาษณ์ถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ สส. และมุมมอง การเป็นนักการเมือง ในยุคปัจจุบัน

โดยมองว่า การเป็น สส. วันนี้ ไม่ใช่แค่การยกมือ หรือการประชุมในสภา แต่คือการเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับระบบรัฐ ถ้าผู้แทนของประชาชนใกล้ชิดเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ จะสามารถนำปัญหาของประชาชนที่สะท้อนผ่าน สส.ไปสู่การแก้ ไขปัญหา ถือเป็นการใช้กลไกรัฐได้อย่างตรงจุด ตรงความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยุคนี้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลรวดเร็ว ตรวจสอบได้ทันที นักการเมืองจึงต้องโปร่งใส ทำงานจริง และสื่อสารให้เข้าใจง่าย 

“กรวีร์” เปิดใจเคล็ดลับ DNA ผู้แทนฯ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่! หนุนสอดประสาน “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ขับเคลื่อนประเทศ ชู “คนละครึ่งพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจรากหญ้า

"สำหรับผม ความมุ่งมั่นไม่ใช่คำพูด แต่คือการลงพื้นที่สม่ำเสมอ รับฟังปัญหา และลงมือทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้”นายกรวีร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงการลงพื้นที่หาเสียง สิ่งที่ประชาชนสะท้อน อยากให้สส.ช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอะไร นายกรวีร์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนสะท้อนมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปากท้อง ซึ่งหลายคนอยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ คนละครึ่ง หรือรูปแบบ "คนละครึ่งพลัส" กลับมา เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในระดับฐานราก เงินหมุนในชุมชน ร้านค้าเล็ก ๆ ได้ประโยชน์ อีกเรื่องสำคัญคือปัญหาราคาข้าว เกษตรกรต้องการเห็นการแก้ไขที่ชัดเจนและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่แก้เฉพาะหน้า ที่สำคัญสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นอันดับต้น ๆ คือรัฐบาลสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้เขาได้จริง เพราะเมื่อปากท้องดี ปัญหาสังคมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สิน ความเครียด หรือความขัดแย้งในครอบครัว ก็จะลดลงและแก้ไขได้ง่ายขึ้น

“กรวีร์” เปิดใจเคล็ดลับ DNA ผู้แทนฯ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่! หนุนสอดประสาน “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ขับเคลื่อนประเทศ ชู “คนละครึ่งพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจรากหญ้า

เมื่อถามว่าคุณพ่อ สมศักดิ์ ปริศนานันทสกุล ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาหลายสมัย ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาอย่างไรบนเส้นทางการเมืองนายกรวีร์ เปิดเผยว่า "บทเรียนจากคุณพ่อคุณพ่อไม่ได้สอนผมด้วยคำพูดมากนัก แต่สอนด้วยการกระทำ

ผมเห็นท่านลงพื้นที่สม่ำเสมอ เห็นความใกล้ชิดกับประชาชน และท่านย้ำเสมอว่า ในชีวิตผู้แทน ไม่มีอะไรทดแทนการลงพื้นที่ได้ ความสม่ำเสมอโดยเสมอต้น เสมอปลาย คือหัวใจสำคัญอย่าคิดว่าเราเป็นนักการเมือง แต่ให้คิดว่าประชาชนคือคนในบ้านเดียวกับเรา เขามีสุข เราก็ร่วมสุข เขามีทุกข์ เราต้องไม่ทิ้ง”

สำหรับเป้าหมายสูงสุดของการเป็นนักการเมืองนั้น สำหรับตนเองไม่ใช่ตำแหน่งที่ใหญ่โต แต่คือการเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้จริง เราต้องแก้ปัญหาให้เขาได้ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้ และทำให้ปากท้องของพวกเขาดีขึ้นได้

“กรวีร์” เปิดใจเคล็ดลับ DNA ผู้แทนฯ ต้องไม่ทิ้งพื้นที่! หนุนสอดประสาน “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ขับเคลื่อนประเทศ ชู “คนละครึ่งพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจรากหญ้า

"การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากผู้แทนของเขา ไม่ใช่การเมืองที่มีไว้เพื่ออำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง” นายกรวีร์ กล่าว 

เมื่อถามว่า มองการเมือง ในปัจจุบัน เป็นอย่างไร นายกรวีร์ สะท้อนว่า การเมืองปัจจุบันมีความเข้มข้นมากขึ้น มีการแบ่งสีชัดเจน แต่ละพรรคมีแนวทางที่ชัดขึ้น แข่งขันด้วยนโยบายมากขึ้น ซึ่งมองว่าการเมืองคือการผลักดันนโยบายว่าสิ่งที่พูดไว้สามารถทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกัน การตรวจสอบก็เข้มข้นขึ้น ทั้งจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในระบอบประชาธิปไตย

ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความแตกต่างทางความคิด กลายเป็นความแตกแยกของสังคม

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่คนรุ่นใหม่ กระโดดเข้าสู่เส้นทางการเมือง กันเยอะมากขึ้น นายกรวีร์ กล่าวว่า การที่คนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีมาก ขอย้ำว่า ดีมากๆ เขามีพลัง มีแนวคิดใหม่ และกล้าทำในสิ่งที่คนรุ่นเก่าอาจไม่กล้าทำ

แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเมืองไม่ใช่แค่การนำเสนอไอเดียที่ฟังดูน่าตื่นเต้น หรืออุดมการณ์ที่สวยงาม แต่คือการเข้าใจระบบ และรู้วิธีผลักดันให้เกิดผลจริง ถ้าคนรุ่นใหม่ใช้พลังและแนวคิดใหม่ ประสานกับประสบการณ์ของรุ่นเก่าได้ ประเทศจะพัฒนาเร็วขึ้น

เมื่อถามว่า ฝันอยากเห็นการเมือง ในอนาคต ควรไปในทิศทางใด เพื่อที่จะทำให้ประเทศก้าวไปสู่จุด ที่การเมืองไม่น่าเบื่อ สำหรับสังคมไทย นายกรวีร์ กล่าวว่า อยากเห็นการเมืองที่ประชาชนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของอำนาจ และมีความหวังกับการเมืองได้จริง อยากเห็นการแข่งขันกันด้วยนโยบาย ไม่ใช่แค่การสร้างวาทกรรม ที่หวือหวาแต่ไม่สร้างคุณค่า 

"สิ่งสำคัญ อยากเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านได้จริง ทำการเมืองให้ไม่น่าเบื่อ ทำการเมืองให้เป็นความหวังและทำการเมืองให้เป็นโอกาสของประเทศได้จริง"นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย