
อัปเดตช่องทาง แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิลงประชามติ 2569 ภายใน 15 ก.พ.นี้
เปิดวิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิลงประชามติ ถึง 15 ก.พ. นี้ ไม่แจ้งเหตุผลอาจทำให้ถูกจำกัดสิทธิสำคัญทางการเมืองนาน 2 ปี ดูวิธีแจ้งเหตุพร้อมแบบฟอร์มแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง - ลงประชามติ 2569
วิธีแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ 2569 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลืม หรือมีเหตุจำเป็นไม่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้แจ้งเหตุจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของท่านได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรายละเอียดและขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.2569
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ในช่วงวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
ช่องทางการแจ้งเหตุ
1. แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสะดวกและรวดเร็ว
- เว็บไซต์ กกต. www.ect.go.th
- เว็บไซต์กรมการปกครอง: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/
- แอปพลิเคชัน: "ทางรัฐ" หรือ "Smart Vote"
ทั้งนี้ สามารถทำผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยพิมพ์คำค้นหาว่า "แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส."
1.2 ยื่นด้วยตนเอง: ต่อต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น
1.3 ส่งทางไปรษณีย์: โดยต้องเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียน
1.4 มอบหมายผู้อื่น: ทำหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือโดยต้องระบุรายละเอียด ดังนี้
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่พิอาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ผลของการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการไม่แจ้งเหตุ
หากท่านไม่ไปใช้สิทธิและไม่ได้แจ้งเหตุ หรือแจ้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร ท่านจะถูก "จำกัดสิทธิ" 5 ประการ ดังนี้
- ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส., สมาชิกสภาท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น, เลขานุการ/ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น, ประธานที่ปรึกษา/ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้
ระยะเวลาการจำกัดสิทธิ:
กำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปแล้วยังไม่ไปอีก ให้เริ่มนับเวลาจำกัดสิทธิใหม่ (2 ปี) โดยให้การจำกัดสิทธิครั้งก่อนสิ้นสุดลง
2. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุได้ในช่วงวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เช่นเดียวกัน
ช่องทางการแจ้งเหตุ
2.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์:
ผ่านเว็บไซต์ กกต., กรมการปกครอง หรือแอปฯ "ทางรัฐ" / "Smart Vote" (พิมพ์ค้นหา "แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ")
2.2 ยื่นด้วยตนเอง
2.3 มอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทน
2.4 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือโดยระบุเลขบัตรประชาชน, ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่ไปใช้สิทธิ
ผลของการไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
หากไม่แจ้งเหตุ ท่านจะถูกจำกัดสิทธิ 5 ประการ (คล้ายกรณี สส.) ดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้ง สส., สมาชิกสภาท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. ไม่ได้
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านไม่ได้
- เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 9 (5) เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองไม่ได้
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น และคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายไม่ได้
ระยะเวลาการจำกัดสิทธิ:
กำหนดครั้งละ 2 ปี นับแต่วันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่
ตัวอย่างเหตุผลความจำเป็นที่ใช้แจ้งได้ (เลือกให้ตรงกับความจริง) ในการกรอกแบบฟอร์ม ตรงช่อง "เหตุผลที่ไม่ไม่อาจไปใช้สิทธิ..." ท่านสามารถระบุเหตุผลตามตัวอย่างด้านล่างนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาได้ง่ายขึ้น
ด้านสุขภาพ:
- มีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน หรืออยู่ระหว่างการรักษาตัวที่บ้าน/โรงพยาบาล ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปยังที่เลือกตั้งได้
ด้านการเดินทาง:
- มีเหตุสุดวิสัยเนื่องจากยานพาหนะขัดข้อง หรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด/ประสบภัยธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิได้ตามกำหนด
ด้านภารกิจจำเป็น:
- ต้องดูแลบิดา/มารดา หรือบุคคลในครอบครัวที่เจ็บป่วยและไม่มีผู้ดูแลแทนในวันดังกล่าว
ด้านที่พักอาศัย:
- อาศัยอยู่ไกลจากที่เลือกตั้ง (เกิน 100 กิโลเมตรขึ้นไป) และมีอุปสรรคในการเดินทางย้อนกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม
ด้านภาระหน้าที่:
ต้องปฏิบัติหน้าที่สำคัญตามคำสั่งของหน่วยงานราชการ หรือมีภารกิจงานที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในวันเลือกตั้ง







