thansettakij
ประวัติ ‘พรรคไทรวมพลัง’ หลังคว้าสส. 6 ตำแหน่งไม่เป็นทางการ

ประวัติ ‘พรรคไทรวมพลัง’ หลังคว้าสส. 6 ตำแหน่งไม่เป็นทางการ

09 ก.พ. 2569 | 00:21 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 00:32 น.

เปิดประวัติ ‘พรรคไทรวมพลัง‘ หัวหน้าพรรค หลังส่ง สส. จำนวน 16 ที่นั่ง คว้าเก้าอี้เลือกตั้ง 2569 จำนวน 6 ที่นั่งอย่างไม่เป็นทางการ

KEY

POINTS

  • พรรคไทรวมพลังได้รับเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการจำนวน 6 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส. เขต 5 ที่นั่ง และ สส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง
  • พรรคเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีชื่อเดิมคือ "พรรคใจถึงใจ ภูมิใจไทย" และ "พรรคเพื่อไทรวมพลัง"
  • หัวหน้าพรรคคือ "กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี ซึ่งมาจากครอบครัวนักการเมือง มีประสบการณ์ด้านธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรและงานการเมืองท้องถิ่น

พรรคไทรวมพลัง ได้ส่ง สส.ลงเลือกตั้ง 2569 ทั้งหมดจำนวน 26 ที่นั่ง ดังนี้

  • สส. เขตจำนวน 6 เขตเลือกตั้ง  
  • ผู้สมัคร สส.จังหวัด สุราษฏร์ธานี 5 เขตเลือกตั้ง 
  • สส.แบบบัญชีรายชื่อ 15 คน รวม 

ปรากฏว่า ผลการเลือกตั้ง 2569 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ อย่างไม่เป็นทางการพรรคไทรวมพลัง คว้าเก้าอี้เป็นอันดับที่  6 รวม 6 ตำแหน่งดังนี้

  • แบ่งเป็น สส.เขตจำนวน 5 ที่นั่งและ 
  • บัญชีรายชื่อจำนวน 1 ที่นั่ง 

นโยบายเลือกตั้ง 2569

เมื่อพลิกไปดูนโยบายพรรคไทรวมไทย ที่แจ้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องงบประมาณนโยบาย การเลือกตั้ง 2569 คิดเป็นจำนวน 200,800 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ปากท้องมั่นคง : ประกันรายได้พืชผล คุมต้นทุนปุ๋ย-ยา และหนุนกีฬาไก่พื้นเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ลดค่าครองชีพ : คุมราคาสินค้า ค่าไฟ ค่าน้ำ และส่งเสริมโซลาร์เซลล์ในชุมชน
  • ชุมชนปลอดภัย : สร้าง "กำแพงประเทศไทย" ป้องกันภัยคุกคาม ปราบยาเสพติด และยกระดับระบบแจ้งเหตุ

ประวัติ ‘พรรคไทรวมพลัง’ หลังคว้าสส. 6 ตำแหน่งไม่เป็นทางการ

  • โอกาสลูกหลาน : ทุนเรียนและทุนอาชีพเด็กชนบท สนับสนุนคนรุ่นใหม่กลับบ้านเกิด
  • ดูแลคนทำงาน : สวัสดิการแรงงานนอกระบบ และเพิ่มค่าตอบแทนผู้เสียสละทำงานแนวหน้า
  • การเมืองโปร่งใส : เปิดเวทีฟังปัญหา ลดขั้นตอนราชการ และงบประมาณต้องตรวจสอบได้

พลิกประวัติพรรคไทรวมพลัง

ก่อนที่จะใช้ชื่อ พรรคไทรวมพลัง  ได้เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2 ครั้ง 

  • ครั้งแรก เมื่อวันที่ 20  ธันวาคม 2561 ใช้ชื่อ “พรรคใจถึงใจ ภูมิใจไทย ” 
  • ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2563 ใช้ชื่อพรรคเพื่อไทรวมพลัง
  • ชื่อสุดท้าย คือ พรรคไทรวมพลัง เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567

ทำความรู้จัก “กังฟู“หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง

สำหรับ กังฟู หรือ หัวหน้ากังฟู เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวบ้านแถว อ.น้ำยืน และ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากพรรคเพื่อไทรวมพลัง พาผู้สมัคร สส.ลงพื้นที่มาปีเศษ ด้วยความมุ่งมั่นจะปักธงให้ได้ 2 เขต เขาคือนักการเมืองแบบขวัญใจไทบ้าน โดยกังฟูเป็นลูกชายของ มนัสมนต์ จิตรพิทักษ์เลิศ ซึ่งเป็นพี่สาวของหน่อย ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยากำนันป้อ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม

การศึกษา “กังฟู วสวรรธน์”

ประวัติการศึกษา กังฟู วสวรรธน์  หัวหน้ากังฟู ถือเป็นคนในครอบครัวนักการเมือง เกิดที่นครราชสีมา แต่ไปเติบโตที่อ่างทอง เรียนหนังสือระดับมัธยมที่ชลบุรี 

จบการศึกษาระดับ HighSchool ที่สหรัฐอเมริกา จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน หลักสูตรนานาชาติ

หลักสูตรแลกเปลี่ยนวิชาภาษาจีน Guilin University of Aerospece and Technology เป็นบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง รางวัลกาญจนาภิเษก และจะเห็นได้ว่า เขาพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่วเวลาออกทีวี 

ประวัติ ‘พรรคไทรวมพลัง’ หลังคว้าสส. 6 ตำแหน่งไม่เป็นทางการ

โดย หลังเรียนจบ ม.หัวเฉียว  กังฟู วสวรรธน์ เริ่มต้นทำงานด้านการส่งออกให้กับธุรกิจแป้งมันของตระกูลหวังศุภกิจโกศล สั่งสมประสบการณ์การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรม และการที่ได้ทำงานเป็นเลขานุการนายก อบจ.นครราชสีมา ก็เป็นประสบการณ์ทางการเมืองเบื้องแรก

เมื่อน้องสาวแม่ (คุณน้า) นั่นคือ กบ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล คิดก่อการตั้งพรรคเพื่อไทรวมพลัง กังฟูจึงเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเดินงานเปิดสาขาพรรคไปทั่วประเทศ

ชูจุดขาย “พรรคเล็กที่ตั้งใจ”

เพราะด้วยพรรคไทรวมพลังที่เป็นพรรคขนาดเล็ก “กังฟู” ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ชูจุดขาย “พรรคเล็กไม่มีค่า” โดยระบุว่าพรรคเล็กแบบเราก็คงอยู่ไม่ได้ ขอคะแนนให้พรรคไทรวมพลัง เพื่อให้ได้ทำหน้าที่ต่อ ได้เป็นเสียงแทนคนตัวเล็กและได้พิสูจน์ว่า “พรรคเล็กที่จริงใจ” ก็มีคุณค่า 

ไม่เพียงเท่านี้ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน-กัมพูชา “ กังฟู” ได้ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องบก-ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อเดือนธันวาคม 2568 เพื่อช่วยเหลือประชาชนอพยพจากเหตุสู้รบและให้กำลังใจทหาร โดยระบุสถานการณ์รุนแรงและดูแลประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 

โดย กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมการเกษตรเป็นตัวนำในการผลิตอาหารสู่ตลาด พร้อมขอสะท้อนปัญหาพื้นที่ชายแดน เนื่องจากตนเองมาจากพื้นที่ชายแดนและเข้าใจความลำบากของประชาชนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้  เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ใน Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย “ชายแดนร้อน-ปากท้องคนจน” ณ เวทีภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี ได้อภิปรายในตอนหนึ่งว่า โดย กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมการเกษตรเป็นตัวนำในการผลิตอาหารสู่ตลาด พร้อมขอสะท้อนปัญหาพื้นที่ชายแดน เนื่องจากตนเองมาจากพื้นที่ชายแดนและเข้าใจความลำบากของประชาชนเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งได้รับเบี้ยเลี้ยงเพียงวันละ 250 บาท ตั้งแต่ปี 2530 และยังไม่เคยปรับเพิ่ม ซึ่งหากได้เข้าร่วมรัฐบาลรัฐจะเร่งพิจารณาปรับสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงให้เหมาะสม รวมถึงดูแลทหารให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับตำรวจ