

KEY
POINTS
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างไม่เป็นทางการ ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และ ตราด จากระบบรายงานผลและแดชบอร์ดของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สามารถกวาดที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขตได้อย่างถล่มทลาย โดยเฉพาะในพื้นที่อีสานตอนล่างและภาคตะวันออก
อุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี มีทั้งหมด 11 เขตเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า
-พรรคไทยรวมพลัง ได้ 5 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 2, 3, 8, 9 และเขต 10
-พรรคเพื่อไทย ได้ 3 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1, เขต 4 และเขต 6
-พรรคภูมิใจไทย คว้า 3 ที่นั่ง คือ เขต 5, เขต 7 และเขต 11
ศรีสะเกษ
จังหวัดศรีสะเกษ มีทั้งหมด 9 เขต เดิมพรรคเพื่อไทยครองพื้นที่ถึง 6 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพลิกเกม คว้าไปถึง 6 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1, 2, 3, 5, 8 และเขต 9
ขณะที่พรรคเพื่อไทยเหลือเพียง 2 ที่นั่ง คือ เขต 6 และเขต 7 สะท้อนการสูญเสียฐานเสียงสำคัญในอีสานใต้
สุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์ มี 8 เขตเลือกตั้ง ผลออกมาเป็นชัยชนะเบ็ดเสร็จของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกวาด ครบทั้ง 8 เขต ยกจังหวัด ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ ภท. รักษาและขยายอิทธิพลได้อย่างแข็งแกร่ง
บุรีรัมย์
จังหวัดบุรีรัมย์ มีทั้งหมด 10 เขต พรรคภูมิใจไทยยังคงครองฐานอำนาจอย่างเหนียวแน่น กวาด สส.แบบแบ่งเขต ครบทั้ง 10 ที่นั่ง ย้ำความเป็น “บ้านใหญ่การเมือง” ของพรรคอย่างชัดเจน
สระแก้ว
จังหวัดสระแก้ว มี 3 เขตเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า
พรรคพลังประชารัฐ ได้ 2 ที่นั่ง คือ เขต 2
พรรคเพื่อไทย ได้ 1 ที่นั่ง คือ เขต 3
โดยพื้นที่นี้ยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ตระกูลเทียนทอง ที่สามารถรักษาฐานเสียงไว้ได้
จันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี มี 3 เขต ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของอดีต พรรคก้าวไกล หรือ พรรคประชาชน ในปัจจุบัน แต่ผลเลือกตั้งปี 2569 พบว่า
-พรรคภูมิใจไทย คว้า 2 ที่นั่ง คือ เขต 1 และ เขต 3
-พรรคประชาชน เหลือ 1 ที่นั่ง คือ เขต 2
นับเป็นการสูญเสียพื้นที่สำคัญของพรรคประชาชนในภาคตะวันออก
ตราด
จังหวัดตราด มี 1 เขตเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า นายพิชานนท์ อิงประสาร จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็น สส. แทนอดีตพื้นที่ของพรรคก้าวไกลเดิม หรือ พรรคประชาชนในปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง
โดยภาพรวมผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงการขยายอิทธิพลของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน ทั้งในอีสานใต้ และภาคตะวันออก ขณะที่พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาฐานเสียงเดิมในหลายพื้นที่สำคัญ