

KEY
POINTS
ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. บรรยากาศทางการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง
เมื่อสำนักโพลชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ นิด้าโพล, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) และสวนดุสิตโพล ต่างเปิดเผยผลคาดการณ์จำนวนที่นั่ง สส. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของข้อมูลและฉากทัศน์ทางการเมืองที่น่าสนใจยิ่ง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 3,000 หน่วยตัวอย่าง และในกรุงเทพฯ อีก 5,389 หน่วยตัวอย่าง ร่วมกับปัจจัยด้านสื่อและความน่าจะเป็นทางการเมือง
พบว่าในภาพรวมระดับประเทศ พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 ของสภา โดยคาดการณ์ว่าจะได้ที่นั่ง สส. รวมอยู่ที่ 140 - 150 ที่นั่ง ทิ้งห่าง พรรคประชาชน ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยที่นั่งรวม 125 - 135 ที่นั่ง และ พรรคเพื่อไทย ในอันดับ 3 ที่ 110 - 120 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกไปที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนกลับสร้างปรากฏการณ์ "ส้มแลนด์สไลด์" โดยคาดว่าจะกวาดที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขตได้ครบทั้ง 33 เขต โดยไม่มีพรรคอื่นแทรกตัวได้เลย สอดคล้องกับความนิยมในระดับบัญชีรายชื่อทั่วประเทศที่พรรคประชาชนยังคงครองอันดับ 1 ที่ร้อยละ 37.17 (คิดเป็น 32 - 37 ที่นั่ง) ขณะที่ภูมิใจไทยได้ร้อยละ 19.27 (18 - 19 ที่นั่ง) และเพื่อไทยร้อยละ 18.03 (17 - 18 ที่นั่ง)
ผลการพยากรณ์จาก สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งทำการสำรวจในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์จากประชาชน 2,000 ตัวอย่าง มีทิศทางที่สอดประสานกับนิด้าโพล โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้นำด้วยจำนวนที่นั่งรวมสูงสุด 134 - 151 ที่นั่ง ซึ่งแบ่งเป็น สส. แบบแบ่งเขต 113 - 130 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 21 ที่นั่ง
ในส่วนของ พรรคประชาชน ทางสถาบันพระปกเกล้าคาดการณ์ว่าจะได้ที่นั่งรวม 128 - 143 ที่นั่ง (แบ่งเขต 100 - 115 และบัญชีรายชื่อ 28 ที่นั่ง)
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย คาดว่าจะได้ที่นั่งรวมอยู่ที่ 100 - 115 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น พรรคกล้าธรรม 28 - 38 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 21 - 26 ที่นั่ง
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือผลสำรวจจาก สวนดุสิตโพล ซึ่งใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ที่สุดถึง 26,621 คน โดยผลลัพธ์กลับสวนกระแสสองสำนักแรกอย่างสิ้นเชิง
โดยทำนายว่า พรรคประชาชน จะเป็นพรรคที่ได้จำนวนที่นั่ง สส. มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 165 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง โดยให้ พรรคภูมิใจไทย ตกไปอยู่อันดับ 2 ที่ 130 ที่นั่ง และ พรรคเพื่อไทย ตามมาที่ 115 ที่นั่ง
สำหรับพรรคอื่น ๆ สวนดุสิตโพลคาดการณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ 45 ที่นั่ง และพรรคกล้าธรรมจะได้ 35 ที่นั่ง
นอกเหนือจากการเลือกตั้ง สส. แล้ว ผลการทำนายการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญจากนิด้าโพลยังชี้ให้เห็นถึงเจตจำนงของประชาชนที่ค่อนข้างชัดเจน
โดยเสียงส่วนใหญ่กว่าครึ่งประเทศระบุว่า "เห็นชอบ" สูงถึงร้อยละ 54.68 ในขณะที่ผู้ระบุว่า "ไม่เห็นชอบ" มีเพียงร้อยละ 31.54 และมีผู้ที่ไม่แสดงความคิดเห็นอีกร้อยละ 13.78