thansettakij
ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. ดูชัดๆ เห็นชอบ–ไม่เห็นชอบ–ไม่แสดงความเห็น

ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. ดูชัดๆ เห็นชอบ–ไม่เห็นชอบ–ไม่แสดงความเห็น

03 ก.พ. 2569 | 23:58 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 23:59 น.

ทำความเข้าใจชัดๆ “เห็นชอบ–ไม่เห็นชอบ–ไม่แสดงความเห็น” แต่ละแบบมีผลต่อการนับคะแนน และผลประชามติแตกต่างกันอย่างไร ก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ.

KEY

POINTS

  • ประชาชนจะลงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 เพื่อตัดสินว่าจะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
  • บัตรออกเสียงมี 3 ตัวเลือกให้ลงคะแนน ได้แก่ เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความเห็น
  • ผลการออกเสียงจะถือเป็นข้อยุติได้ต่อเมื่อเสียงข้างมากต้องมีจำนวนสูงกว่าคะแนนในช่อง "ไม่แสดงความเห็น" ด้วย

การออกเสียงประชามติถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยโดยตรงที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อนโยบายหรือกฎหมายที่สำคัญของประเทศ สำหรับการออกเสียงที่จะถึงนี้ใน วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนจะพบกับคำถามสำคัญคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่” 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คู่มือประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนและผลลัพธ์ของการลงคะแนน โดยบัตรออกเสียงประชามติจะมีตัวเลือกให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 3 ทาง ได้แก่ เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความเห็น โดยแต่ละทางเลือกมีนัยและผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เทียบชัดๆ 3 ตัวเลือก และเกณฑ์การตัดสิน "ข้อยุติ"

ในบัตรออกเสียงประชามติแบบประเด็นเดียว ผู้มีสิทธิสามารถแสดงความคิดเห็นได้ 3 กรณี โดยต้องทำเครื่องหมายกากบาท (X) เพียงเครื่องหมายเดียวในช่องที่ต้องการ คือ
1.  เห็นชอบ หมายถึงต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ 
2.  ไม่เห็นชอบ หมายถึง ไม่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
3.  ไม่แสดงความคิดเห็น หมายถึงไม่ประสงค์จะเลือกทางใดทางหนึ่ง

ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติ

หลักการนับคะแนนที่ประชาชนต้องรู้

การออกเสียงประชามติจะถือว่าเป็น "ข้อยุติ" ได้นั้น ต้องใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า คะแนนเสียงข้างมากนั้นต้องสูงกว่าคะแนน "ไม่แสดงความคิดเห็น" ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นด้วย ดังนั้น การกากบาทในช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงมีผลต่อการตัดสินผลลัพธ์โดยตรง ไม่ใช่เพียงการสละสิทธิทั่วไป

หากเสียง “เห็นชอบ” มีจำนวนมากกว่าเสียง “ไม่เห็นชอบ” และ “ไม่แสดงความเห็น” ก็ถือว่าข้อเสนอผ่านความเห็นชอบและนำไปสู่ขั้นตอนตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุ ถูกจำกัดสิทธิ 2 ปี

การออกเสียงประชามติเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ หากผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุจำเป็นภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันออกเสียง โดยสิทธิที่ถูกจำกัด ได้แก่

1.  สมัครรับเลือกตั้ง สส., สว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
2.  สมัครรับเลือกเป็นกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
3.  เข้าชื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ
4.  ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
5.  ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาหรือเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น