กกต. ยังไม่พบการซื้อเสียงในกรุงเทพฯ ชี้จ่าย 7,500 บาทเป็นไปได้ยาก

20 ม.ค. 2569 | 09:40 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ม.ค. 2569 | 09:51 น.

กกต.กทม. ยืนยันว่ายังไม่มีการซื้อเสียงในกรุงเทพฯ หลังมีกระแสข่าว จ่าย 7,500 บาทต่อหัวเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสูงเกินกว่าที่จะดำเนินการ

KEY

POINTS

  • กกต.กทม. ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามที่มีกระแสข่าว
  • ผอ.กกต.กทม. ชี้ว่าการจ่ายเงินซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะต้องใช้งบประมาณมหาศาลเมื่อเทียบกับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 4.5 ล้านคน
  • พบเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่ที่ได้รับในขณะนี้เป็นประเด็นป้ายหาเสียงกีดขวางการจราจร ไม่ใช่เรื่องการทุจริตหรือซื้อเสียง

วันที่ 20 มกราคม 2569 ว่าที่ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร  (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงกรณีที่กระแสข่าวระบุว่า มีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งระบุว่า กรุงเทพมหานครมีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาทว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงาน

ถามถึงโอกาสที่จะเป็นไปได้นั้น ตนมองว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร มีมากถึง 4.5 ล้านคน โอกาสที่จะแจกคนละ 7,500 บาทเป็นไปไม่ได้เพราะแค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ล้านคนถ้าจ่ายก็ 7,500 ล้านบาทแล้วจึงคิดว่า "ไม่น่าจะมีสส.หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุน"

ทั้งนี้ กรณีเรื่องการร้องเรียนทุจริตหรือซื้อเสียงในส่วนของกรุงเทพมหานครขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงาน

ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเกี่ยวกับป้ายหาเสียงว่า กีดขวางการจราจรและบดบังทัศนียภาพโดยแจ้งมาทางสายด่วน1444 เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะได้แจ้งให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้น ๆ แก้ไข นอกจากนี้ทาง กกต.กทม.ก็มีการตรวจสอบสม่ำเสมอว่า ไม่ให้ไปหาเสียงไปบดบังการจราจร 

ส่วนกรณีการที่ไปรษณีย์ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านควบคู่กับเอกสารหาเสียงของพรรคการเมืองสามารถทำได้หรือไม่นั้น ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่ง กกต.ได้กำชับไปรษณีย์ให้ส่งเอกสารแจ้งเจ้าบ้านพร้อมกับเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ กกต.กทม. เป็นผู้จัดพิมพ์ ส่วนพรรคการเมืองก็สามารถส่งเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครได้แต่ต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร หรือของพรรคไม่สามารถทำในลักษณะขอความร่วมมือได้

ถามถึงการแข่งขันของพรรคการเมืองต่าง ๆ มีการแข่งขันกันดุเดือด กกต.กทม. มีการเฝ้าระวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ว่าที่ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้นทุกเขตโดยเขตที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด จำนวน 12 คน และสูงสุด คือ 19 คน ซึ่งมีผู้สังเกตการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็ว คอยทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่แล้ว