KEY
POINTS
วันที่ 17 มกราคม 2569 เนชั่น กรุ๊ป เปิดเวทีดีเบตครั้งสำคัญ “NATION DEBATE 2569 : จุดเปลี่ยนประเทศไทย” เพื่อเปิดพื้นที่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่าง ๆ แสดงวิสัยทัศน์และแนวทางขับเคลื่อนประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยหนึ่งในผู้ร่วมเวทีคือ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ ได้ตอบคำถามถึงความเร่งด่วนในการสร้าง “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปีแรกของการบริหารประเทศ
นายจตุพรเสนอแนวคิดการปรับโครงสร้างงบประมาณครั้งใหญ่ โดยเน้นการเร่งกระจายงบลงทุนลงสู่พื้นที่ สร้างการจ้างงานในท้องถิ่น ปฏิรูประบบราชการและการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาปากท้อง หนี้สิน ภัยพิบัติ และความมั่นคง จะต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลา 100 วันแรก และต่อเนื่องตลอด 1 ปีแรกของรัฐบาล
นายจตุพรกล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับ “โอกาสใหม่” โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาล หากเข้าบริหารประเทศราวเดือนเมษายน จะเร่งปรับแผนการใช้งบประมาณทันที โดยชี้ว่าปัจจุบันประเทศไทยมีงบลงทุนรวมประมาณ 860,000 ล้านบาทต่อปี แต่เป็นงบลงทุนจริงเพียงราว 500,000 ล้านบาท และการดำเนินการยังไม่เกิดผลอย่างเต็มที่
หากได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะปรับโครงสร้างงบลงทุนดังกล่าวให้สามารถลงไปถึงประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป โดยเน้นการจ้างงานในท้องถิ่น ใช้ผู้ประกอบการในพื้นที่แทนบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ปัจจุบันงบประมาณของประเทศจัดสรรในลักษณะภาพใหญ่ โดยงบลงทุนมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 และยังมีปัญหาการแบ่งสัดส่วนระหว่างหน่วยงาน ซึ่งส่งผลให้การใช้งบไม่ตอบโจทย์ประชาชน จำเป็นต้องปรับระบบงบประมาณใหม่ทั้งหมด โดยย้ำว่างบประมาณต้องลงถึงประชาชน ไม่ใช่กระจุกอยู่ในระบบราชการหรือโครงสร้างเดิม
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชันทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายใน 100 วันแรกของรัฐบาล
ในช่วง 100 วันถัดมา รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณปี 2570 ใหม่ทั้งหมด โดยพิจารณาว่าโครงการต่าง ๆ ตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือไม่ พร้อมย้ำว่างบประมาณต้องกระจายลงสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะงบลงทุนจำนวน 500,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งควรจัดสรรให้ท้องถิ่นอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณปัจจุบัน ต้องเร่งผลักดันให้เงินลงสู่พื้นที่เพื่อสร้างการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในทันที
สำหรับปัญหาหนี้สินการหยุดหนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างรายได้ควบคู่กันไป ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการกระจายงบประมาณและการลงทุนลงสู่พื้นที่อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
นอกจากนี้ยังเสนอให้เร่งดำเนินมาตรการรับมือฤดูฝน โดยเฉพาะการเตรียมแหล่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ เพื่อรองรับภาคการเกษตร และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้ง ซึ่งควรเริ่มดำเนินการภายใน 100 วันแรกเช่นกัน
ในช่วง 100 วันถัดไปต้องเร่งแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย
นายจตุพรกล่าวทิ้งท้ายว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างชัดเจนและเด็ดขาดกับปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และยาเสพติด พร้อมย้ำว่าผู้ที่ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ต้องสามารถทำได้จริง หากไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ไม่ควรกล่าวบนเวที พร้อมระบุว่านี่คือ “โอกาสใหม่ของประเทศไทย” ที่ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในหนึ่งปี