ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้องคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ชี้คำสั่งให้ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมาย

09 ม.ค. 2569 | 08:19 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 08:39 น.

ปิดฉากคดีบิ๊กโจ๊ก ศาลปกครองสูงสุด มีมติเอกฉันท์ยกฟ้อง ผบ.ตร.-นายกฯ ยันคำสั่งให้ออกจากราชการทำตามกฎหมาย หลังพบเอี่ยวคดีอาญาร้ายแรง ย้ำกระบวนการโปร่งใส ไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อแย่งเก้าอี้ ผบ.ตร.

KEY

POINTS

  • ศาลปกครองสูงสุดมีมติยกฟ้องคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องกรณีถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
  • ศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งให้ออกจากราชการนั้นชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาร้ายแรง
  • ศาลชี้ว่ารักษาการ ผบ.ตร. ในขณะนั้น มีอำนาจตามกฎหมายในการออกคำสั่งดังกล่าว เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัย

สรุปแล้ว "ศาลปกครองสูงสุด" ยกฟ้องคดี "บิ๊กโจ๊ก" ชี้คำสั่งให้ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมาย

โดยล่าสุดวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดมีมติพิพากษา ยกฟ้อง ในคดีที่ "บิ๊กโจ๊ก" หรือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และนายกรัฐมนตรี กรณีมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ศาลระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ก.ตร. เนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาร้ายแรงจนมีการออกหมายจับ ซึ่งไม่ใช่ความผิดลหุโทษหรือความประมาท

​รักษาการ ผบ.ตร. มีอำนาจสั่งการ: พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร. (ในขณะนั้น) ใช้อำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในการพิจารณาให้ออกจากราชการ เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัย

ศาลเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ในทันที เนื่องจากกระบวนการคัดเลือก ผบ.ตร. ต้องผ่านการพิจารณาด้านความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อีกชั้นหนึ่ง

ศาลปกครองสูงสุดจึงวินิจฉัยว่าคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น "ชอบด้วยกฎหมายแล้ว" และมีคำสั่งยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามราย