กกต.แจง 5 ข้อ ลงคะแนนเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69

03 ม.ค. 2569 | 07:10 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ม.ค. 2569 | 07:34 น.

กกต.แจง 5 ข้อ ลงคะแนนออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเดียวกับลงคะแนนเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป

KEY

POINTS

  • กกต. กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 69 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. โดยใช้คำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
  • การลงคะแนนจะทำในหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน โดยผู้ใช้สิทธิจะลงคะแนนเลือกตั้ง สส. (รับบัตร 2 ใบ) ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงไปลงคะแนนประชามติ (รับบัตร 1 ใบ) ต่อ
  • การออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่มีการลงคะแนนล่วงหน้า ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิตามทะเบียนบ้านต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต/นอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 69

จากกรณีที่ กกต.ได้กำหนดวันลงคะแนนเสียงประชาตมติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  วันเดียวกับลงคะแนนเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป กกต.ได้ชี้แจงประเด็น ประเด็นคำถาม “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป นั้น

คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชน ในประเด็นคำถามที่หนึ่งว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแจ้งรายละเอียดสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติการออกเสียงประชามติครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่า รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน และเพื่อให้เป็นไปตามหลักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และหากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง ได้แก่

ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

ครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว

การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็น ประชามติครั้งที่ 1

 

 กกต.ไขข้อสงสัย 10 ข้อ ลงคะแนนเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69

2. คำถามประชามติ

  • ชื่อเรื่อง การออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
  • ประเด็นคำถามคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
  • ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกได้ 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น

3. ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่

• ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ

แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560                

• ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้

ทั้งนี้ การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ให้มี “การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

4. ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน

การลงคะแนนจะดำเนินการต่อเนื่องในที่เลือกตั้งเดียวกัน โดยสรุปดังนี้

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ

• ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

• บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ

ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา

• จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคการเมือง ที่จะเลือก

• เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ

 

ลงประชามติ 2569

ลงประชามติ 2569

 

 

ลงประชามติ 2569

ขั้นตอนที่ 3 : แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

• ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

• ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

ขั้นตอนที่ 4 : รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง

• ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท

• รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ขั้นตอนที่ 5 : เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.

• เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมาย ในบัตรทั้ง 2 ใบ

• โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมือง ได้เพียงพรรคการเมืองเดียว

• หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง

“ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”

• พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา

ขั้นตอนที่ 6 : หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง

• นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง ด้วยตนเอง

ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนที่ 7 : แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

• หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

• ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

• ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนที่ 8 : รับบัตรออกเสียงประชามติและลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ

• ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ

• รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ขั้นตอนที่ 9 : เข้าคูหาออกเสียงประชามติ

• เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ”" หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”

• พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อยแล้วออกจากคูหา

ขั้นตอนที่ 10 : หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง

• นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด

5. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง /  นอกราชอาณาจักร / และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

เป็นวันลงคะแนนพร้อมทั้งประเทศไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า

ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ในวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569  ดังต่อไปนี้

• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง

• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร

• ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วน 1444

ที่มา :