thansettakij
thansettakij
“เจษฎ์ โทณะวณิก”เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ลำดับที่ 1

“เจษฎ์ โทณะวณิก”เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ลำดับที่ 1

28 ธ.ค. 68 | 03:58 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ธ.ค. 68 | 04:05 น.

“เจษฎ์ โทณะวณิก”แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ประกาศพร้อมขับเคลื่อนการเมืองแบบโปร่งใส มั่นใจคนรุ่นใหม่ทำได้ หากมีโอกาสขอพิสูจน์ด้วยผลงาน ไม่เน้นทุนแต่เน้นอุดมการณ์

KEY

POINTS

  • นายเจษฎ์ โทณะวณิก เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรครักชาติ ในฐานะบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค
  • ประกาศจุดยืนทางการเมืองด้วยคติ “ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง” เพื่อแก้ปัญหาการเมืองไม่โปร่งใส ระบบราชการ และทุนสามานย์
  • ระบุเหตุผลที่เข้าสู่การเมืองว่าต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพานายทุนหรืออำนาจเงิน

วันนี้ (28 ธ.ค.68) ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายเจษฎ์ โทณะวณิก เปิดตัวในฐานะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรครักชาติ โดยระบุว่า แม้จะไม่สังกัดเป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากภายนอก ถือเป็นการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้บุคคลที่มีความตั้งใจและความสามารถสามารถเข้ามาทำงานเพื่อประเทศได้
นายเจษฎ์ กล่าวถึงแนวทางของพรรคว่า ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า “รักชาติไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องแสดงออกด้วยการกระทำ” พร้อมประกาศยึดคติ “ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง” ตั้งเป้าปราบปัญหาการเมืองไม่โปร่งใส ระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ และทุนสามานย์ที่มีอิทธิพลทางการเมือง

“ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการเมืองโฉด ข้าราชการชั่ว ทุนสามานย์ เราต้องลุกขึ้นมาจัดการ ใครคิดทำร้ายบ้านเมืองหรือเปลี่ยนแปลงสถาบันหลัก เราไม่ปล่อยไว้” นายเจษฎ์ กล่าว

สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจกระโดดลงเล่นการเมือง นายเจษฎ์ ระบุว่า เห็นความตั้งใจจริงของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการทำงานโดยไม่ต้องพึ่งนายทุน ไม่ต้องใช้หัวคะแนน หรืออำนาจเงินในการขับเคลื่อนการเมือง เชื่อว่า การเสนอแนวคิดและนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ คือ สิ่งสำคัญกว่าทุนหรือเครือข่ายอำนาจ

“ผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่าการสร้างคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำ หากทำให้ประชาชนเห็นว่าสู้ได้จริง ก็ถือว่าคุ้มค่า” เขากล่าวเสริม

นายเจษฎ์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันเปิดช่องให้เสนอคนนอกเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นโอกาสให้เขาและทีมงานเข้ามาแสดงศักยภาพ แม้หลายฝ่ายอาจมองว่าเป็นไปได้ยาก แต่การที่พรรครักชาติเลือกเขาเข้ามาแสดงให้เห็นว่า พรรคให้ความสำคัญกับความเหมาะสม มากกว่าสายสัมพันธ์ทางการเมือง

พรรครักชาติเตรียมผลักดันนโยบายมุ่งพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน พร้อมผลักดันคนรุ่นใหม่เข้าสู่สนามการเมืองเพื่อพิสูจน์ว่าการเมืองสร้างสรรค์และโปร่งใสเป็นไปได้ หากมีเจตนารมณ์จริง