
'กรมการปกครอง' สั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเก็บบัตรประชาชน ส่อทุจริตเลือกตั้ง
กรมการปกครอง (ปค.) ออกคำสั่ง "ด่วนที่สุด" ห้ามเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ เก็บบัตรประชาชน เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ย้ำฝ่าฝืนมีบทลงโทษสูงสุด 10 ปี ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง
KEY
POINTS
- กรมการปกครองมีคำสั่งด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรียกเก็บ รวบรวม หรือยึดบัตรประชาชนของผู้อื่น
- คำสั่งดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง โดยเฉพาะการนำบัตรประชาชนไปใช้ในทางมิชอบก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้น
- มีการกำชับให้เฝ้าระวังพฤติการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง มาตรการป้องปรามและเฝ้าระวังการนำบัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ในทางทุจริตการเลือกตั้ง ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อเน้นย้ำการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
กรมการปกครองจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองความสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
โดยเฉพาะการป้องกันพฤติการณ์นำบัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและบ่อนทำลายหลักประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง
สำหรับบัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารราชการสำคัญ ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวบุคคลในการใช้สิทธิและทำธุรกรรมตามกฎหมาย การนำไปเก็บ รวบรวม ยึดถือ หรือใช้แทนผู้อื่นไม่ว่ากรณีใด
ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน จึงสั่งการให้จังหวัดและกรุงเทพมหานคร แจ้งให้อำเภอ สำนักงานเขต เทศบาล และเมืองพัทยา ดำเนินการดังนี้
1. กำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ห้ามเรียกเก็บ รวบรวม ยึดถือ ครอบครอง
หรือรับฝากบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่น รวมถึงห้ามนำไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทน หรือยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรของตนไปใช้ พร้อมทั้งให้ตรวจตรา เฝ้าระวังพฤติการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดในพื้นที่รับผิดชอบ
2. หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ให้ รายงานผู้บังคับบัญชาทันที และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
3. ให้ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายและสื่อทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561
บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526
- มาตรา 15 นำบัตรของผู้อื่นไปใช้ แสดงตนเป็นเจ้าของบัตร โทษจำคุก 6 เดือน–5 ปี ปรับ 10,000–100,000 บาท
- มาตรา 15 ทวิ ยึดหรือครอบครองบัตรของผู้อื่นโดยมิชอบ โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- มาตรา 16 ยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรของตนไปใช้ในทางทุจริต โทษจำคุก 3 เดือน–3 ปี หรือปรับ 5,000–60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561
- มาตรา 94 ห้ามใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานของผู้อื่นเพื่อออกเสียงลงคะแนน
- มาตรา 158 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
อย่างไรก็ตามจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสิทธิเลือกตั้งและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต ยุติธรรมและโปร่งใส






