
'รัดเกล้า' สอนมวย บก.ลายจุด ดำรงตำแหน่งการเมืองหากทุจริต ขึ้นศาลฎีกาฯเท่านั้น
'รัดเกล้า' กางรัฐธรรมนูญ โต้ บก.ลายจุด ย้ำคดีทุจริตนักการเมืองต้องผ่าน ป.ป.ช. และขึ้นศาลฎีกาฯแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น แตกต่างจากศาลอาญาปกติ เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมต่อสังคม
KEY
POINTS
- รัดเกล้า สุวรรณคีรี ชี้แจงว่าคดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ขึ้นศาลอาญาทั่วไป
- คดีที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ต้องผ่านการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อน
- หาก ป.ป.ช. พบว่ามีมูล จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- กระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้กรณีที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ให้ความเห็นเกี่ยวกับการฟ้องร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในการปฏิบัติหน้าที่ จะไม่ขึ้นศาลอาญาทั่วไป แต่จะต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใต้กระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
นางรัดเกล้า อ้างอิงตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 235-236 ซึ่งระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง หากพบว่ากรณีมีมูล ให้ส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีต่อศาลฎีกาฯ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หลักการสำคัญคือ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. หรือข้าราชการระดับสูง ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา จากการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนก่อน
และถ้ามีมูลจึงส่งเรื่องให้ฟ้องต่อศาลฎีกาฯ แทนที่จะฟ้องต่อศาลอาญาทั่วไป
สรุปง่าย ๆ คือ ทำผิดทั่วไป เช่น ฆ่าคน → ขึ้นศาลอาญา ทำผิดจากการใช้อำนาจหน้าที่ เช่น ออกคำสั่งมิชอบ ใช้งบโดยทุจริต → ป.ป.ช. ไต่สวน → ฟ้องศาลฎีกาฯ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
“ความแตกต่างนี้เป็นหลักการที่ชัดเจนทางกฎหมาย เพื่อให้การตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อสังคม” นางรัดเกล้า ระบุ






