
นโยบายรัฐบาล "ปราบยาเสพติด" ยึดทรัพย์ผู้ค้า-บำบัดผู้เสพคืนสู่สังคม
เจาะลึกนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาล “5 มาตรการเด็ดขาด” จับมือเพื่อนบ้านตัดวงจร-ยึดทรัพย์การค้า-ฟื้นฟูผู้เสพคืนคนดีสู่สังคม พร้อมเปิดตัวเลขผู้ติดยาล่าสุดที่พุ่งสูงถึง 1.9 ล้านคน
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ "อุ๊งอิ๊งค์" นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 12 กันยายน 2567
โดยหนึ่งในนโยบายสังคมประเด็นสำคัญคือ "การแก้ปัญหายาเสพติด" ซึ่งถือเป็นความท้าทายระดับชาติที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายกฯระบุข้อมูลในคำแถลงนโยบายว่า สถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 พบว่าคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และที่น่าวิตกกว่านั้นคือจำนวนผู้ติดยาเสพติดได้พุ่งสูงขึ้นถึง 1.9 ล้านคน
เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์นี้ รัฐบาลแพทองธาร ได้กำหนด "นโยบายที่ 8" เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร โดยมี 5 มาตรการหลัก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
1. ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย
- รัฐบาลจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้นและควบคุมการลักลอบนำเข้า รวมถึงตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด
2. การปราบปรามอย่างเด็ดขาด
- มุ่งเน้นการยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อทำลายแรงจูงใจทางการเงินของขบวนการค้ายา
3. การค้นหาและบำบัดผู้เสพ
- รัฐบาลจะดำเนินการค้นหาผู้เสพในชุมชนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรักษา บำบัด ฝึกอาชีพ ให้การศึกษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคม
4. ระบบติดตามและช่วยเหลือ
- เพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม
5. การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
- พัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและบริการด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด โดยเน้นการป้องกัน การให้ความรู้ และสร้างความตระหนักในสังคม
นางสาวแพทองธาร เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหานี้ โดยกล่าวว่า
"รัฐบาลพร้อมจะประสานพลังกับทุกภาคส่วน เปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม"
การดำเนินการตามนโยบายนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทยในระยะยาว และคืนคนดีกลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน






