
เปิดเส้นทางการเมืองของ "สันติ พร้อมพัฒน์" กับบทบาทที่ไม่ธรรมดา
สำรวจเส้นทางการเมืองของ "สันติ พร้อมพัฒน์" ตั้งแต่การเริ่มต้นในแวดวงการเมือง จนถึงบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ พร้อมทั้งความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามอง
ชื่อของ "สันติ พร้อมพัฒน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในโควตาพรรค โดยให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ ขยับขึ้นไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
สันติ พร้อมพัฒน์ (เดิมชื่อ สันติ พร้อมทวีสิทธิ์ )เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2495 เป็นบุตรของนายโซกเฮี้ยง แซ่เล้า กับนางซิวแฮ้ แซ่ลิ้ม สมรสกับนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ (สกุลเดิม ทองแถม) โดยนายสันติ แจ้ง ป.ป.ช. จดทะเบียนหย่าและสมรสหลายครั้ง และมีบุตรในสมรส 2 คนและนอกสมรส 3 คน ได้แก่ นายพานิช พร้อมพัฒน์ ,นางสาวนิชพรรณ พร้อมพัฒน์ ,นางสาวภาสวรรณ พร้อมพัฒน์ ,นายนครินทร์ พร้อมพัฒน์ (รับราชการ) ,นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
"สันติ พร้อมพัฒน์" เป็นชื่อที่หลายคนในแวดวงการเมืองไทยรู้จักเป็นอย่างดี เขาเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในปี พ.ศ. 2537 ด้วยการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็น ส.ส. จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงสองสมัยในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539
หลังจากนั้น เขาได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีในหลายกระทรวง และในปี พ.ศ. 2551 เขาก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และต่อมาในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเมืองของนายสันติไม่ได้ราบรื่นนัก เขาต้องเผชิญกับคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2557 เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายบุคลากรโดยมิชอบธรรม
ในปี พ.ศ. 2561 นายสันติได้ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับเป็นรองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ
แม้ว่าชื่อของ "สันติ พร้อมพัฒน์" จะมีทั้งเสียงวิจารณ์และคำชื่นชม แต่เขายังคงเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงการเมืองไทย ล่าสุดถูกเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของเขายังคงมีอยู่






