
จับตาศาลรัฐธรรมนูญถกคดีถอดถอนนายกฯ วันนี้
จับตาศาลรัฐธรรมนูญถกต่อคดี “ถอดถอนนายกฯ” วันนี้ หลังให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและส่งสำเนาเอกสารหลักฐานยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย
ในวันนี้ (10 ก.ค. 67) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมพิจารณาคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้หน่วยงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดพิจารณาต่อไปในวันพุธที่ 10 ก.ค. 2567
เปิดพยานคู่กรณี 2 ฝ่าย
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ “คู่กรณี” ยื่นระบุบัญชีพยานของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่าย 40 สว. ได้ส่ง 3 ส.ว. ประกอบด้วย นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม นายสมชาย แสวงการ และ นายประพันธุ์ คูณมี เป็นพยานคดีถอดถอนนายกฯ
นายดิเรกฤทธิ์ ออกมาระบุว่า ได้มีข้อเสนอแนวทางให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบข้อมูลในเรื่องกฎหมาย และขอบเขตอำนาจหน้าที่ ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีว่า นายกฯ ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์หรือไม่
“หากมีเจตนาทุจริต ก็มีความผิด หรือแม้จะมีเจตนาสุจริต แต่ว่าประมาทเลินเล่อ ทําให้เกิดความเสียหายในการทำหน้าที่ ก็อาจจะทําให้ศาลพิจารณาว่า เป็นความบกพร่องที่จะบ่งชี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต”
นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า สว.มีคำร้องว่า นายกฯ รู้ถึงคุณสมบัติที่ไม่ซื่อสัตย์ของ นายพิชิต หรือไม่ ได้ถามครบหรือไม่ หรือ การนําเสนอรายงานเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เขียนอย่างไร รวมถึงความเห็นของนายกฯ ที่ให้ประกอบไป
“นี่คือหัวใจให้ศาลรับฟังว่า ทีมงานกฎหมายของรัฐบาล ได้เสนอชี้แจงข้อกล่าวหาเหล่านี้ครอบคลุมทั้งหมดหรือไม่ และถือเป็นการชี้แจงเพิ่มเติม ในหลักฐาน และมุมมองของเรา เพื่อเป็นโอกาสให้ศาลได้ไต่สวนในห้องพิจารณาคดี” นายดิเรกฤทธิ์ ระบุ
ส่วน นายเศรษฐา ได้เสนอพยาน 1 คน คือ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ออกมาอธิบายว่า นายกฯ ส่ง นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นบุคคลที่รู้กระบวนการทั้งหมด
“ผมเชื่อว่าเรื่องจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลจะพิจารณา เพราะอย่างอื่นสามารถพิสูจน์เป็นรูปธรรมได้ เช่น เคยติดคุกหรือไม่ เคยต้องคำพิพากษาหรือไม่ แต่เรื่องมาตรฐานจริยธรรม ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ หากไม่มีกระบวนการโดยเฉพาะต่างหาก เรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อยู่ ๆ จะไปบอกว่าใครไม่ซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องอันตราย เพราะจะทำให้ขาดคุณสมบัติตลอดชีวิต” นายวิษณุ ระบุ
คดีนี้ ถ้า “เศรษฐา ทวีสิน” หลุดจากตำหน่งนายกฯ คนที่ 30 จะส่งผลให้ “ครม.” ไปทั้งคณะ ต้องเลือกนายกฯ ใหม่ในสภาฯ
แต่ถ้า “เศรษฐา” รอด ก็จะได้บริหารประเทศต่อไป
คดีนี้การตัดสินคาดว่าอย่างเร็วที่สุด น่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ ช้าสุดไม่เกินภายในเดือน ส.ค. 2567






