
ด่วน “บิ๊กต่อ” คัมแบ็ก ถือฤกษ์ 17.09 น. แต่งเครื่องแบบเต็มยศกลับเข้าสตช.
ข่าวด่วน "พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล" ถือฤกษ์ 17.09 น. วันนี้ 21 มิ.ย.67 แต่งเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ เข้ามาสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว
วันที่ 21 มิ.ย. 2567 รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)แจ้งว่า วันนี้เมื่อเวลา 17.09 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางเข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้รถยนต์โตโยต้า Vellfire สีเทา ทะเบียน 3 ขณ 1973 กรุงเทพฯ จอดที่ลานจอดรถอาคาร 1
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แต่งเครื่องแบบตำรวจเต็มยศและเดินเข้าตึกด้วยท่าทีรีบร้อน พร้อมตำรวจติดตาม ก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 2 ของอาคาร ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทักทาย แต่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้โบกมือและกล่าวว่าไม่ขอให้สัมภาษณ์ ก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2
การปรากฏตัวครั้งนี้ของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 พร้อมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสองนายพลตำรวจ
หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้นและรายงานผลการสอบสวนนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามเดิม
ฟื้นฟูภาพลักษณ์ตำรวจ-เรียกคืนศรัทธาจากประชาชน
ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการลงนามคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ปัญหาในองค์กรเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและพยายามแก้ไข
“ปัญหาในองค์กรมีอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าตอนที่ผมเข้ามาพยายามที่จะสะสาง พยายามที่จะบริหารจัดการ เรื่องที่เป็นปัญหาที่เบอร์ 1 เบอร์ 2 ทะเลาะกัน เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการสั่งการ จึงมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ”นายกฯ กล่าว
นายกฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการสอบสวนใกล้จะเสร็จสิ้น และจะมีการพูดคุยเพิ่มเติมเมื่อผลสอบออกมา “วันนี้มาถึงจุดที่ใกล้จะจบแล้ว ต้องทำอะไรบ้างขออีกนิดนึง ให้ผลออกมา แล้วค่อยมาพูดคุยกันใหม่ดีหรือไม่”
ผู้สื่อข่าวยังได้ถามย้ำถึงความสามารถในการเรียกคืนศรัทธาจากประชาชน นายกฯ เศรษฐา ยอมรับว่าต้องใช้เวลาและความเป็นธรรม “ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองคน แต่มีขบวนการตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นนายกฯ แล้ว จะทำได้ทุกอย่าง”
นายกฯ ย้ำว่า หากพบความผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด “แน่นอนว่าถ้าหากมีความผิด ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด”





