
เป็น“ทหารเกณฑ์”แล้วได้อะไรบ้าง “รมว.กลาโหม”ตอบกระทู้ประกาศลงราชกิจจาฯ
ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา “สุทิน คลังแสง” รมว.กลาโหม แจงละเอียดยิบ เป็น “ทหารเกณฑ์” แล้วได้อะไรบ้าง ในการตอบกระทู้ถามของ ส.ส.กระบี่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ การตอบกระทู้ของ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถามโดย นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรค เรื่อง การทบทวนหลักเกณฑ์การเกณฑ์ทหาร
คําถามข้อที่ ๑ กระทรวงกลาโหมจะสามารถทบทวนหลักเกณฑ์การเกณฑ์ทหารตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือตั้งคณะทํางานศึกษาวิจัยเพื่อทบทวนกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหารเพื่อให้มีหลักเกณฑ์การเกณฑ์ทหารที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ ในปัจจุบัน สามารถแก้ไขปัญหาการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลมีเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ เช่น การมีระบบการคัดเลือกโดยสมัครใจและเพิ่มสวัสดิการ ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
นายสุทิน ตอบคำถามข้อที่ ๑ ว่า กระทรวงกลาโหมดําเนินการคัดเลือกทหารกองประจําการตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มีแนวทางและมาตรการในการลดจํานวนทหาร กองประจําการ และมาตรการในการสร้างแรงจูงใจให้มีผู้สนใจสมัครเข้ารับราชการทหารโดยวิธีร้องขอ จนนําไปสู่ระบบสมัครใจโดยสมบูรณ์
ประกอบด้วย การพิจารณาปรับโครงสร้างการจัดของหน่วย เพื่อให้หน่วยมีขนาดที่กะทัดรัดคล่องตัว และปรับลดกําลังพลข้าราชการรวมทั้งทหารกองประจําการลง โดยพิจารณาบรรจุกําลังพลให้มีความเหมาะสมกับภารกิจ โดยที่ไม่กระทบกับขีดความสามารถ ในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพ
การพิจารณาแก้ไขกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มกลุ่มบุคคล ในการเข้ารับราชการทหารกองประจําการ
เช่น แนวทางการให้ผู้ที่สําเร็จการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ ๓ และ ทหารกองประจําการที่ปลดประจําการแล้ว สามารถร้องขอเข้ารับราชการทหารกองประจําการได้อีก ซึ่งจะเป็นการลดจํานวนผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือก
ดําเนินการศึกษา/วิจัย เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี ในการเข้ารับราชการทหารกองประจําการ ให้มีทัศนคติเชิงบวกกับกองทัพ รู้สึกว่าได้รับโอกาสมีความภาคภูมิใจในการเข้ารับใช้ชาติ
รวมทั้งพัฒนาระบบการฝึก ให้สามารถพัฒนาทหารกองประจําการ ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านร่างกาย สติปัญญา ทัศนคติ สังคมและอารมณ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน
คําถามข้อที่ ๒ กระทรวงกลาโหมจะมีนโยบายหรือมาตรการในการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้มีความสนใจเพื่อให้สมัครใจเป็นทหารอาสาสมัคร และกําหนดสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับของบุคคลที่จะเข้ารับราชการทหาร ให้ชัดเจน เช่น เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าครองชีพ รวมถึงอาหารสําหรับพลทหาร เพื่อให้บุคคลที่จะเข้ารับราชการทหาร และระหว่างการฝึกปฏิบัติมีสวัสดิการและมีคุณภาพชีวิตในระดับที่ดีขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด
รมว.กลาโหม ตอบคำถามข้อที่ ๒ ว่า ทหารกองประจําการตามปกติแล้วจะได้รับสวัสดิการ ประกอบด้วย ได้รับเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวรวมแล้วเดือนละ ๑0,000 บาท
ได้รับเครื่องแบบ/เครื่องแต่งกาย เครื่องนอนและของใช้ส่วนตัวที่จําเป็น สิทธิการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม ได้ทุกแห่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สิทธิในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนทหารของเหล่าทัพ และสอบคัดเลือกเข้ารับราชการทหาร โดยมีโควตาและคะแนนเพิ่มพิเศษ สิทธิในการสมัครรับราชการต่อ หลังจากที่ครบปลดประจําการแล้ว
รวมทั้งสิทธิอื่น ๆ เช่น ได้รับการฝึกอาชีพ และจัดหางานรองรับ หลังจากครบปลดประจําการ
ได้รับการจัดการศึกษานอกระบบ/ตามอัธยาศัย
การเลี้ยงดูโดยหน่วยต้นสังกัด จัดที่พัก และจัดเลี้ยงอาหารให้จํานวน ๓ มื้อ/วัน
กระทรวงกลาโหมได้คํานึงถึงสิทธิและสวัสดิการของทหารกองประจําการเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีผู้สนใจสมัครเข้ารับราชการทหารกองประจําการ โดยดําเนินการพิจารณาแนวทางการเพิ่มสวัสดิการ ประกอบด้วย
แนวทางการให้ทหารกองประจําการได้รับเงิน หลังจากที่หักค่าประกอบเลี้ยงแล้วเป็นเงิน ๑0,000 บาทถ้วน/เดือน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทาง การดําเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพ ทั้งใน และ นอกกองทัพ โดยให้ทหารกองประจําการมีสิทธิสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหาร ข้าราชการทหาร ทหารอาสา หรือ ข้าราชการพลเรือนกลาโหม โดยมีโควตาและคะแนนเพิ่มพิเศษ
ประสานหน่วยงานอื่น ภาครัฐที่มีภารกิจการปฏิบัติงาน ในลักษณะที่ต้องใช้อาวุธ หรือต้องผ่านการฝึกระเบียบวินัย เพื่อให้กําหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ารับราชการ จะต้องผ่านการเป็นทหารกองประจําการมาก่อน
จัดทําประกัน ชีวิตให้กับทหารกองประจําการให้เหมาะสม และครอบคลุมกับทุกภารกิจที่ต้องปฏิบัติ
พัฒนาระบบการให้บริการของสถานพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหมทุกแห่งเพื่อรองรับการให้บริการรักษาพยาบาล ที่สะดวก และมีประสิทธิภาพ
ให้ทหารกองประจําการมีสิทธิเหมือนข้าราชการทหารประจําการ ในการใช้บริการสวัสดิการต่าง ๆ ของเหล่าทัพ
ตลอดจนพัฒนาปรับปรุงทั้งด้านที่พักอาศัย และคุณภาพอาหารที่ดําเนินการประกอบเลี้ยง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป






