
อินไซด์ สรรหา ป.ป.ช.คนใหม่ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง เบียด อดีตรองประธานศาลฎีกา
เปิดผลคะแนน-เหตุผล 7 กรรมการสรรหา ป.ป.ช. ลงมติเดือด - สู้กันถึง 3 ยก ก่อน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เบียด ภัทรศักดิ์ วรรณแสง อดีตรองประธานศาลฎีกา เข้ารอบด่าน สว. โหวต นั่ง กรรมการป.ป.ช.คนใหม่
วันที่ 23 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.) ได้ทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา รายงานผลการสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. คือ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แทนพล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติต่อไปนั้น
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ในรอบการลงมติของคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 8 คน ต้องลงคะแนนถึง 3 รอบ กว่า พล.ต.ท.ธิติ จะเป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ให้เป็นผู้ได้รับการสรรหาให้เป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
โดยคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 8 คน (ขณะลงคะนนยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร) ลงคะแนนเลือกพล.ต.ท.ธิติ โดยเปิดเผย พร้อมบันทึกเหตุผลในการเลือก ดังนี้
รอบแรก กรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. ลงคะแนนเลือก พล.ต.ท.ธิติ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย
นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. โดยบันทึกเหตุผลในการเลือก พล.ต.ท.ธิติ ระบุว่า
- พิจารณาความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานแล้วเห็นว่า สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช.
- ผลงานที่ผ่านมาแสดงถึงความซื่อสัตย์สุจริต และความกล้าหาญ
- มีเป้าหมายในการพัฒนาองค์กร ป.ป.ช. การแก้ปัญหาการทุจริตชัดเจน เป็นรูปธรรม
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
- มีวิสัยทัศน์ชัดเจน กว้างไกล จะเป็นประโยชน์กับการพัฒนางานของ ป.ป.ช.มาก
น.ส.พศุตม์ณิชา จำปาเทศ บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง
- มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช.และพิจารณาจากประสบการณ์ มีความกล้าหาญ และรับผิดชอบคดีสำคัญๆ จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลการลงคะแนนรอบแรก ปรากฏว่า มีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน 2 คน คือ พล.ต.ท.ธิติ ได้ 3 คะแนน และนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง อดีตรองประธานศาลฎีกา (ประเภทผู้สมัครตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. 2561 มาตรา 9 วรรคสอง (1))
ดังนั้น การลงคะแนนในรอบแรกจึงยังไม่มีผู้ได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. จึงต้องลงคะแนนรอบที่สอง ซึ่งผลคะแนนยังเหมือนกับการลงคะแนนรอบแรก
แต่ผลลงคะแนนรอบที่สาม ปรากฏว่า นายภัทรศักดิ์ ได้ 1 คะแนน ส่วนพล.ต.ท.ธิติ ได้ 7 คะแนน ทำให้พล.ต.ท.ธิติ เป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. โดยมีเหตุผลการเลือก ดังนี้
นางอโนชา
- ลักษณะงานที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสม
- ผลงานที่ผ่านมา แสดงถึงความซื่อสัตย์สุจริต และความกล้าหาญเป็นที่ประจักษ์
- เป้าหมายในการพัฒนาองค์กรชัดเจน เป็นรูปธรรม เข้าใจเนื้องานอย่างแท้จริง
นายวันมูหะมัดนอร์
- มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าหาญ ชัดเจน จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนา ป.ป.ช.
ศาสตราจารย์พิเศษ วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด (ลงคะแนนรอบแรกและรอบที่สองเลือกนายภัทรศักดิ์)
- ความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประกอบกับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการสืบสวนของผู้สมัครรายนี้น่าจะทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องชอบธรรม
น.ส.พศุตม์ณิชา
- เหตุผลเหมือนครั้งที่ 1
นายฉัตรชัย ยอดอุดม บุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่งตั้ง
- มีความรู้ ความสามารถดี
พล.ต.อ.ศักดิ์ดา ชื่นภักดี บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง (ลงคะแนนรอบแรกและรอบที่สองเลือกนายภัทรศักดิ์)
- มีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน มีพฤติกรรมทางจริยธรรม การทำงานกล้าหาญ รับผิดชอบดี
นายบุญสม อัครธรรมกุล บุคคลซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่งตั้ง
- มีผลงานและประสบการณ์ดี มีวิสัยทัศน์ที่ดี เหมาะกับองค์กร ป.ป.ช. เชื่อว่า มีความกล้าหาญในการทำงานได้ดี
ดังนั้น พล.ต.ท.ธิติ จึงเป็นผู้ได้รับการสรรหาให้เป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.แทนพล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้ารับการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติตามพ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 9 มาตรา 10 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 ได้แสดงความคิดเห็นและเข้ารับการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.จำนวน 14 คน
โดยพล.ต.ท.ธิติ อยู่ในประเภทที่สมัครตามที่กำหนดไว้ในพ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช. 2561 มาตรา 9 วรรคสอง (2) คือ
“รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี”
โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นผู้สมัครอีก 1 คน อยู่ในประเภทเดียวกัน




