thansettakij
thansettakij
ศรีสุวรรณ จี้สอบจริยธรรมร้ายแรงนายกฯ ปมให้คนนอกขึ้นเครื่องไป UN

ศรีสุวรรณ จี้สอบจริยธรรมร้ายแรงนายกฯ ปมให้คนนอกขึ้นเครื่องไป UN

27 ก.ย. 66 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ย. 66 | 06:35 น.

ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบจริยธรรมร้ายแรง "เศรษฐา" ชี้ ไม่มีกฎหมายใดให้ "คนนอก" ขึ้นเครื่องไป UN ได้ ส่อเป็นการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่และถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

23 กันยายน 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ระหว่างวันที่ 19 – 23 ก.ย. ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินไทย TG 8832 ใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนกว่า 30 ล้านบาทโดยพาลูกสาวและคนนอกที่ไม่ใช่ข้าราชการขึ้นเครื่องไปด้วยนั้น เป็นการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่และถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำดังกล่าว มีชื่อบุคคลที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ข้าราชการ และไม่เป็นข้าราชการการเมืองไปด้วย อาทิ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นักธุรกิจเอกชน นางสาวชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวนายกรัฐมนตรี รวมทั้งนำผู้สื่อข่าวที่เป็นเอกชนที่มิใช่ผู้สื่อข่าวของทางราชการร่วมขบวนไปด้วยเพื่อไปคอยรายงานข่าวสร้างภาพให้กับตนเองเป็นการเฉพาะนั้น อาจถือได้ว่า เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งต้องห้ามตาม ม.186 ประกอบ ม.184 ของรัฐธรรมนูญ 2560

กรณีดังกล่าว แม้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในส่วนของลูกสาวนายกเศรษฐา เป็นการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเองทั้งหมดนั้น สังคมยังสงสัยว่า เครื่องบินเช่าเหมาลำของทางราชการไม่ใช่เครื่องบินส่วนตัว

อยากจะเอาใครไปด้วยก็ได้หรือ มีการเก็บเงินคนนอกได้ด้วยหรือ ใครเป็นคนอนุมัติ แล้วออกใบเสร็จในนามใคร แล้วการลงบัญชีงบดุลจะต้องแสดงในส่วนใด และเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ 2526 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 8 พ.ศ.2553) อย่างไร

กรณีนี้มีผู้ท้วงติงอยู่ก่อนเดินทางแล้วแต่กลับยังคงเดินหน้าไปจนได้ ดังนั้น เมื่อนายกฯ และคณะกลับมาก็ถือว่า ความผิดสำเร็จแล้ว และเรื่องทำนองนี้ ป.ป.ช.เคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ไม่ต่างอะไรกับนำรถราชการไปใช้ในภารกิจที่ไม่ใช่ราชการซึ่งก็มีบทลงโทษมามากต่อมากแล้ว

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำความมายื่นร้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน และวินิจฉัยเอาผิดนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจดังกล่าวฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยมิชอบและฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง นายศรีสุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย