svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157

29 ตุลาคม 2565

เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157 : คอลัมน์ทางออกนอกตำรา โดย...บากบั่น บุญเลิศ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3831 

ยังคงเกาะติดว่าด้วยเรื่องการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ-สุวินทวงศ์) ครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาผลประโยชน์ตอบแทนรัฐระหว่าง คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนตาม มาตรา 36 และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ที่เสนอราคาต่ำสุดในการประมูลเมื่อเทียบกับคู่แข่งอีก 1 รายคือ ITD Group บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ยังมีปัญหาว่า ขาดคุณสมบัติในการประมูลหรือไม่?


ขณะนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด กำลังตรวจร่างสัญญา ก่อนเสนอให้คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ

ว่ากันโดยไม่ต้องอ้อมค้อม การประมูลเค้กก้อนโตโครงการนี้ “กำลังอยู่ในสภาวะฝุ่นตลบอบอวล” แต่หอมหวลสำหรับนักเลือกตั้งอย่างยิ่ง!!!

 

ใครเดินหน้าลุยไฟจะถูกตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการประมูล และเป็นตัวการทำให้รัฐเสียประโยชน์ทันที

ย้ำให้เห็นภาพกันอีกครั้ง การประมูลรอบนี้ ทาง BEM ได้เสนอผลประโยชน์สุทธิ ที่เป็นมูลค่าปัจจุบัน : NPV เท่ากับ -78,287 ล้านบาท


 แปลความให้ง่ายๆ ว่า BEM ขอให้รัฐสนับสนุนเงินในการลงทุนก่อสร้าง การจัดหาและเดินรถไฟฟ้าตลอดสัญญา 78,287 ล้านบาท  


 ITD Group  กลุ่มอิตาเลียน-ไทย ได้เสนอผลประโยชน์สุทธิ คิดมูลค่าปัจจุบัน : NPV เท่ากับ -102,635 ล้านบาท 


 แปลความว่า ITD Group  ขอให้รัฐสนับสนุนเงินในการลงทุนก่อสร้าง การจัดหาและเดินรถไฟฟ้าตลอดสัญญา 78,287 ล้านบาท

                            เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
ถ้าเอา 2 รายที่เป็นคูแข่งกันในการประมูลมาพิจารณาจะพบว่า BEM เสนอเงื่อนไขขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐในการลงทุนก่อสร้าง การเดินรถตลอดสัญญาต่ำกว่าคู่แข่ง  ITD Group  ถึง 24,348 ล้านบาท เชียวครับ


 ไม่มีเหตุผลที่ คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ผู้บริหาร รฟม. ตลอดจนรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจะไม่พิจารณาอนุมัติใช่มั้ยครับ!!!

                            เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
 แต่ช้าแต่....ดันมีหมูไม่กลัวน้ำร้อน “สอดแทรกข้อมูลใหม่” เข้ามาให้ประชาชนตกตะลึง อ้าปาก ตาค้าง ไปตามๆ กัน ชนิดที่ว่า คนเดินหน้าอนุมัติโครงการนี้อาจมีโชคชะตาผวา..ไอ คุกๆ เชียวครับ...


หมูผู้ไม่กลัวน้ำร้อนที่ว่าคือ กลุ่มบริษัท บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ที่ร่วมซื้อซองประมูล แต่ไม่ได้ยื่นซองประมูลนั่นเอง BTSC หมูไม่กลัวน้ำร้อน ออกมาโยนระเบิดให้ “คนปกติ” ในประเทศนี้เห็นเรื่องราว “ผิดปกติ 3-4 ลูก”

                       เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
 ระเบิดนาปาล์มลูกแรก….เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2565 BTS ได้เสนอหลักฐานที่ได้จากการเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ-สุวินทวงศ์) รอบแรก ที่ยื่นประมูลกันไปเมื่อปี 2563 โดยกลุ่มบริษัท บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เสนอผลประโยชน์สุทธิคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน : NPV  เท่ากับ -9,675 ล้านบาท 


 นั่นเท่ากับว่า BTSC ขอให้รัฐสนับสนุนเงินในการลงทุนก่อสร้าง การจัดหาและเดินรถไฟฟ้าตลอดสัญญา 9,675 ล้านบาทเท่านั้น 

                          เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
 อ้าปากค้างกันสิครับ... เพราะวงเงินแตกต่างกันจากผู้ชนะการประมูลครั้งล่าสุดมากโขถึง 6.8 หมื่นล้านบาท


ตัวเลขการประมูลของ BTSC ตั้งแต่ซื้อซองประกวดราคาเมื่อปี 2563 ไปจนถึงการยกเลิกประมูลรอบแรก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ขอรับเงินสนับสนุนสุทธิจากรัฐแค่ 9,675  ล้านบาท กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศทันที

                          เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
เพราะงานประมูลโครงการนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว
 กล่าวคือ 1. ราคากลางของการประมูลรอบแรกและรอบสอง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังอยู่ที่วงเงิน 96,012 ล้านบาท การจ่ายผลตอบแทนตามระยะเวลา 30 ปี ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาการก่อสร้างก็ยังคงเดิมที่ 6 ปี 
 

ใครจะมาบอกว่า... เอามาเทียบเคียงกันไม่ได้ ประมูลคนละครั้งกัน ท่านก็ว่าของท่านไปเลยครับ ถ้าหากว่าเป็นเงินของครอบครัวท่าน...

                       เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
 แต่ถ้าหากเป็นเงินที่มาจากภาษีประชาชน ราคาส่วนต่างที่รัฐต้องจ่ายให้เอกชนจากการประมูลที่เกิดขึ้นสูงลิ่วถึง 6.8 หมื่นล้านบาทนั้น ท่านต้องพิจารณาให้ดี รอบคอบถี่ถ้วนให้มากที่สุด! มิเช่นนั้นจะเดือดร้อน เพราะปล่อยปละละเลย เพิกเฉยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ตามมาตรา 157 เอาได้!


ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการประมูลสูงลิ่วถึง 6.8 หมื่นล้านบาท นี่แหละ เป็นผลประโยชน์ของรัฐที่ผู้มีอำนาจทั้งรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการคัดเลือก มาตรา 36 ตลอดจนสำนักงานอัยการสูงสุด จักต้องตระหนักและยึดถือเป็นที่สุด

 

ระเบิดลูกที่ 2-3 -4 มาเป็นชุด....หมูผู้ไม่กลัวน้ำร้อนคือ กลุ่ม BTSC ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงวันที่ 21 ก.ย.2565 เรื่องคัดค้าน และไม่ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ตามประกาศเชิญชวนและการคัดเลือกเอกชนฉบับเดือนพ.ค.2556

                           เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157
 หนังสือฉบับของ BTSC ระบุว่าได้ทำหนังสือเรียนคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอีกส่วนหนึ่งด้วย 


ระเบิดลูกต่อมา ....หนังสือของกลุ่ม BTSC ชี้ว่า การที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ออกประกาศเชิญชวนและออกเอกสารการคัดเลือก ฉบับเดือน พ.ค.2565 ซึ่งมีการประกาศให้ ITD Group หรือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตร เป็นผู้ผ่านการพิจารณาซอง 1 ข้อเสนอคุณสมบัติ ทั้งที่นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการและผู้มีอำนาจลงนามของ ITD ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก


ดังนั้น กลุ่ม ITD จึงเป็นเอกชนที่มีคุณลักษณะไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน และไม่มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่องลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562…..


 การออกมาปาระเบิดนาปาล์มของ “กลุ่ม BTSC ที่เป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน” จึงสะท้านปฐพี  เพราะเป็นการสกัดกั้น ตีกันเงินส่วนต่าง 6.8 หมื่นล้านบาท ในการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไปโดยปริยาย ใครที่เดินหน้าลุยไฟต้องพิจารณาดีๆ

                          เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157

 

ไม่เพียงแค่ รฟม.เท่านั้นที่ต้องเงี่ยหูฟัง...


ครม.ต้องลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินและประเทศชาติ

 

ผมไม่แปลกใจที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกลับหนังสือของกลุ่ม BTSC ว่า “รับทราบถึงปัญหาและจะติดตามตรวจสอบ โดยส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปพิจารณาแล้ว”


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เป็นผู้กำกับดูแล รฟม.ก็ควรดำเนินการตรวจสอบการประมูลด้วยตัวเองให้สมกับความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเป็นผู้ออกประกาศให้หน่วยงานรัฐจะพิจารณาเรื่องใดให้แจ้งรัฐมนตรีรับทราบ


หากยังคงเมินเฉยอาจจะเข้าข่ายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ในเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมลงทุน และมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542

                        เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157

เพราะกฎหมายฉบับนี้ ระบุไว้ว่า “กรณีผู้ใดมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณา หรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือพฤติการณ์แจ้งชัด ควรรู้ว่าการเสนอครั้งนั้น มีการกระทำผิด ต้องดำเนินการให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น 


 แถมกฎหมายยังกำหนดอัตราโทษไว้สูงถึง 10 ปี!


การเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ในคดีจำนำข้าวของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนต้องโทษจำคุก 5 ปี มีให้เห็นแล้ว


คดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ที่ศาลปกครองพิพากษายืนให้ทายาท 3 คน คือ ภรรยา และลูกสาว 2 คน ในฐานะผู้รับมรดกของนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในสมัยนั้น แม้ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว แต่ทายาทต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร กว่า 587 ล้านบาท ก็เป็นบทเรียนกระบวนการทำหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง


คดีใหญ่ที่ศาลฎีกาสั่งให้จำคุก นายทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 3 ปี กรณีอนุมัติให้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมแก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ประมาณ 1,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารเอ็กซิมแบงก์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน ...ก็เป็นหนังตัวอย่างให้สะท้านใจ

                           เค้กสายสีส้ม 6.8 หมื่นล้าน เพิกเฉย=ละเว้น=ม.157

คดีหวยบนดิน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา ตัดสินจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร 2 ปี ที่ออกโครงการสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดิน ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย, ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 กรณีถูกกล่าวหา ร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน ดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.46-16 ก.ย.49 โดยมิชอบ...ก็มีให้เห็นภาพการตัดสินความผิดในการทำหน้าที่


ใครเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ละเว้น ไม่ละเว้น สังคมจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้...