
“บิ๊กตู่”เยือนสุพรรณ มอบเงินประกันรายได้ ช่วยเหลือเกษตรกร
“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่สุพรรณบุรี มอบเงินประกันรายได้ช่วยเหลือเกษตรกร ย้ำเป็นนายกฯ ของประเทศไทย ยัน ไม่เคยแบ่งแยกคนจน-รวย
วันที่ 9 ธ.ค. 2564 ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65 โอกาสนี้นายกฯ เป็นสักขีพยานในโอกาสที่รมว.คลัง มอบเงินให้กับผู้แทนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 7 ราย และผู้แทนสหกรณ์การเกษตร จำนวน 2 ราย
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ถือโอกาสมาเยี่ยม เนื่องในวาระการทำงานของรัฐบาลและครม. สิ่งที่นึกถึงเมืองนี้คือ "เลือดสุพรรณ มาด้วยกัน เลือดสุพรรณของเรานี่เอย" ซึ่งถูกประพันธ์โดย พล.ต.หลวงวิจิตรวาทการ ทั้งนี้แม้ตนไม่ได้เกิดที่สุพรรณ แต่ตนเกิดในประเทศไทย เป็นนายกฯ ของประเทศไทยและไปทุกจังหวัด วันนี้มาสุพรรณก็จะไปกับสุพรรณ ซึ่งวันนี้ยินดีที่มามอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้กับชาวสุพรรณ พร้อมชาวจังหวัดอื่นๆ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้เกษตรกรทั่วประเทศ สิ่งที่ตนเป็นห่วงเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ตนรู้ดีถึงความเพียรพยายาม ความอดทนกว่าได้ผลผลิตในแต่ละครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญภาคเกษตร ซึ่งเป็นภาคที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยเจริญ จึงอยากให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางรายได้ หลายมาตรการก็จะหาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อทำให้ทุกคนเป็นกระดูกสันหลังที่ตั้งตรงและมีรอยยิ้ม ในฐานะนายกฯ จะทำให้ดีที่สุดทุกเรื่องในหลายมาตรการ และจะมีหลายโครงการขึ้นมาใหม่ๆ โดยหลายเรื่องรัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน วันนี้เจอโควิด-19 ไปอีก ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือพอสมควร ถือว่ามากที่สุดถ้าเทียบกับหลายประเทศ และได้คุยกับรมว.คลัง ว่า ธ.ก.ส.จะหาตลาดกลางเช่นนี้ได้อีกหรือไม่ ฝากโครงการเหล่านี้กับธ.ก.ส.ด้วย เพื่อสร้างความเข้มแข็งยั่งยืน เพราะทราบดีทุกคนมีหนี้สิน ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพราะปัญหามีเยอะมาก งบฯ ก็มีจำกัด ดังนั้นจะทำอย่างไรไม่ให้มีหนี้สิน จึงต้องระมัดระวังและซื่อตรงต่อกัน พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพข้าวไทย ส่งเสริมเกษตรแนวใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยี
ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญที่สุดคือความมั่นคงด้านตลาด ที่มีปัญหามากที่สุด เพราะราคาผันผวนตลอด โดยเฉพาะข้าวที่แข่งขันหลายประเทศ มีข้าวเหมือนเราหมด เวลาไปแข่งในตลาดก็สู้ยากเพราะราคาสูง ถ้าเราไปลดตามเขาก็คงไม่ไหว ซึ่งรัฐบาลติดตามหาทางช่วยเหลือ นายกฯไม่เคยหยุดคิดให้แนวทางหลายกระทรวงไปแล้ว นอกจากนี้ต้องหาตลาดให้ได้ ปลูกมากเกินไปก็จะล้นตลาด และทุกอย่างต้องมีสตอรี่ถึงจะขายออก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้สั่งวิจัยพัฒนานำข้าวไปทำนวัตกรรมอย่างอื่น เช่น ทำเครื่องสำอางค์หรืออื่นๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าว ไม่ใช่ขายข้าวอย่างเดียว พร้อมการทำตลาดในประเทศมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ซึ่งหากทำในเชิงพาณิชย์อย่างเดียว ราคาก็จะแพงเกินไป คนมีรายได้น้อยก็ลำบาก คนมีสตางค์ไปตรงโน้น ดังนั้นต้องช่วยกันตรงนี้ว่าจะทำอย่างไร ต้องทำให้เข้าถึง โดยอาจให้มีการสีข้าวและจำหน่ายในชุมชน ยืนยันว่าตนไม่ได้แบ่งแยกคน แต่ทำอย่างไรให้มีการขายข้าวในชุมชน เป็นวิสาหกิจชุมชนหรือเป็นโครงการต่างๆ เพื่อเสริม ไม่ได้ไม่สนับสนุนไม่ให้ทำนา แต่หมายถึงเราต้องปรับตัวอย่างไร เพื่อมีรายได้ขึ้นกว่าเดิม โดยต้องทำให้ทุกคนเข้าถึง ไม่ได้แบ่งแยกคนจนคนรวย จึงขออย่าให้ใครมาบิดเบือนที่ตนพูดอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาสุพรรณบุรีครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานกรรมการนโยบายยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค ชทพ. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมส.ส. พรรค ชทพ. นำโดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายนพดล มาตรศรี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 4 และนายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมต้อนรับด้วย
รวมทั้งเกษตรกรที่มาร่วมงานส่วนหนึ่ง สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวและสีชมพู ด้านหน้าสกรีนรูปพล.อ.ประยุทธ์ ชูกำปั้น พร้อมคำว่า "เรารัก...ลุงตู่" ส่วนด้านหลังเสื้อมีข้อความว่า "เราไม่เคยลืมกัน"






