thansettakij
thansettakij
ศาลยกคดี“วิระชัย ทรงเมตตา”ฟ้อง“ผบ.ตร.-ก.ตร.”ไม่ตั้งเป็นผู้บัญชาการ ปี 51

ศาลยกคดี“วิระชัย ทรงเมตตา”ฟ้อง“ผบ.ตร.-ก.ตร.”ไม่ตั้งเป็นผู้บัญชาการ ปี 51

22 ก.ค. 64 | 10:33 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 64 | 17:35 น.

ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” ฟ้อง “ผบ.ตร.-ก.ตร.” ไม่นำหลักเกณฑ์มาเลื่อนให้เป็นระดับ “ผู้บัญชาการ” เมื่อปี 2551 ชี้ข้อกฎหมายที่เเก้ไม่มีผลย้อนหลัง ชอบเเล้ว ไม่ต้องเยียวยา

วันนี้( 22 ก.ค.64) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ในสมัยดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร)  เเละคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าร่วมกันออกกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงจเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดให้ผู้ที่จะเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการจะต้องดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และข้อ 11 วรรคสองยังกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมว่า เฉพาะรองผู้บัญชาการที่เคยได้รับการเลื่อนตำแหน่งในตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเองมาก่อนจะต้องมีอายุราชการรวมไม่น้อยกว่า 28 ปีด้วย ไม่ชอบด้วยกฏหมาย 

 

ศาลปกครองสูงสุด ให้เหตุผลว่า จากข้อเท็จจริงในคดีนี้แม้ว่าข้อ 11 วรรคสองของกฎ ก.ตร.ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ทำให้ พล.ต.อ.วิระชัย ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2551 ได้ถูกเพิกถอนตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่อ.477/2556 ในภายหลังก็ตาม 

 

แต่คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ได้กำหนดคำบังคับให้การเพิกถอนมีผลไปในอนาคต ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผลแห่งคำพิพากษาในราชกิจจาฯ เป็นต้นไป 


 

ในช่วงเวลาระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการประกาศเพิกถอนกฎ ก.ตร. ดังกล่าว ย่อมต้องถือได้ว่า กฎ ก.ตร. ดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายมติของ ก.ตร.ในปี ที่ออกตามกฎ ก.ตร. ดังกล่าวในช่วงเวลานั้น จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเมื่อข้อกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้มีผลย้อนหลัง จึงไม่ใช่กรณีที่ข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อ พล.ต.อ.วิระชัย 

 

ดังนั้น มติของ ก.ตร.ที่ปฏิเสธไม่แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิระชัย เป็นผู้บัญชาการ โดยให้มีผลย้อนหลังตามคำขอของ พล.ต.อ.วิระชัยจึงเป็นมติหรือคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฏหมาย  และ ผบ.ตร.ไม่มีหน้าที่จะต้องออกคำสั่งใหม่และคืนสิทธิประโยชน์ใด ๆ ให้แก่พล.ต.อ.วิระชัย การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน