
“แรมโบ้”ซัด“ยิ่งลักษณ์”อย่าทำตัวดราม่า ทำไมไม่เสียใจกับชาวนาผูกคอตาย
“แรมโบ้”ซัด“ยิ่งลักษณ์”อย่าทำตัวดราม่า ทำไมไม่แสดงความสะเทือนใจ เศร้าโศกเสียใจกับครอบครัวชาวนาที่ผูกคอตายจากการถูกโกงในโครงการจำนำข้าวบ้าง หนีคดีไปอยู่สุขสบายจะไปเข้าใจการทำงานของรัฐบาลนี้ได้อย่างไร
วันนี้(22 ก.ค.64) กรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลที่ล้มเหลว ไม่ได้วางแผนนั้น นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบโต้ว่า ไม่มีนายกฯ คนในรัฐบาล หรือใครอยากให้มีผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต หรือ แม้แต่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนแม้แต่คนเดียว
แต่นายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยนิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสุดความสามารถ ทำเต็มที่ที่สุด และหามาตรการต่างๆออกมาเพื่อที่จะให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ ซึ่งขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เข้าใจในสถานการณ์ประเทศในขณะนี้ด้วย
นายเสกสกล ยังชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของประชาชนที่บริเวณถนนราชดำเนิน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่ได้เป็นเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด โดยทาง กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจจัดส่งเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่เพื่อดูแลทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้ามาชันสูตรพลิกศพ และเนื่องจากกลุ่มคนไร้บ้านเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด จึงต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเข้าเก็บศพด้วยความระมัดระวัง
ส่วนที่บริเวณตรอกบ้านพานถม เมื่อได้รับแจ้งเหตุแล้ว สำนักอนามัย โดยศูนย์บริการสาธารณสุข 9 ได้จัดเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกัน PPE ลงพื้นที่ให้การดูแลและปฐมพยาบาลในเบื้องต้น จากนั้นพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพและเคลื่อนย้ายศพตามกระบวนการ
และสาเหตุที่ใช้เวลานาน เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่และรถที่จะใช้เคลื่อนย้ายศพเฉพาะกิจดังกล่าวมีไม่เพียงพอ และหน่วยงานมีภารกิจต้องรับส่งศพผู้ป่วยโควิดหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตที่หน้าโลตัส พระราม 4 นั้นได้นำส่ง รพ.จุฬาฯ ซึ่งผลตรวจบางรายไม่พบเชื้อโควิดและบางรายต้องรอผลอย่างเป็นทางการ
นายเสกสกล กล่าวด้วยว่า ที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ บอกว่า ต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว ยืนยันว่า การทำงานของนายกฯ ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้ทำงานแต่เพียงผู้เดียว แต่ได้ทำงานร่วมกันกับรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ และทุกหน่วนงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วในการวางแผนแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
“นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ มีความสุขสบาย จะไปเข้าใจในสถานการณ์ประเทศไทย และการทำงานของนายกฯ รัฐบาล ได้อย่างไร และที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคนทำงาน ผมอยากถามว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศบ้าง นอกจากสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมากมาย ในขณะที่ตนเองเป็นนายกฯ จนนายกฯประยุทธ์คนนี้แหล่ะ ที่ต้องออกมาแก้ไขปัญหาให้ แบบนี้เรียกว่าขาดวิสัยทัศน์หรือไม่”
และถ้า นางสาวยิ่งลักษณ์ อยากช่วยคนไทย ช่วยประเทศไทยให้พ้นวิกฤติจริงตนเองขอแค่ให้เลิกออกมาแสดงความเห็นต่างๆ เพราะการออกมาไม่ได้สร้างประโยชน์ แต่จะทำให้ บุคลากรทางการแพทย์ และคนทำงานหมดกำลังใจ อีกทั้งประชาชนจะเกิดความสับสน หรืออาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะขณะนี้ประเทศต้องการความร่วมมืออย่างมากเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้เร็วที่สุด
ตนเองก็มองว่าไม่ว่าจะเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ หรือ นายทักษิณ ชินวัตร จะออกมาแสดงความเห็น กล่าวหาโจมตีนายกฯ รัฐบาล ในการทำงานขณะนี้ ช่วยพรรคเพื่อไทย กดดันให้นายกฯลาออก ให้พรรคเพื่อไทยให้กลับมามีอำนาจ จะได้นำ นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายทักษิณ กลับประเทศ ตนเองก็ขอย้ำว่าคงยังไม่ได้กลับ เพราะนายกฯจะอยู่แก้ไขปัญหาจนครบเทอม แต่หากอยากกลับประเทศมากตนเองก็ขอย้ำเช่นเดิม 2 ข้อ คือกลับมารับโทษตามกระบวนการกฎหมาย และชดใช้หนี้ที่เคยปล้นประชาชนไป
“นางสาวยิ่งลักษณ์ กรุณาอย่าดราม่าให้ตัวเองดูดี เพื่อด้อยค่าคนอื่น ในอดีตที่ชาวนาถูกโกงค่าข้าวจนผูกคอตายไปหลายราย เป็นหนี้เป็นสินจนล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว ทำไมนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่แสดงความห่วงใจ สะเทือนใจ หันมาเหลียวแลครอบครัวชาวนาเหล่านั้นบ้างละ หรือว่าลืมชาวนาที่ถูกโกงเหล่านั้นไปจากใจเสียแล้ว" นายเสกสกล กล่าว
ก่อนหน้านี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมรูปภาพในชุดสีดำ ระบว่า รู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า มีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย
ทั้งระบุว่า ต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า




