
กกต.ยังเงียบปม“สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์”ถูกร้องป.ป.ช.สอบจริยธรรม
กกต.ยังเงียบปม “สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์”ถูกร้องสอบจริยธรรม ผลาญงบหลวง เจ้าตัวไม่รับสาย ชี้ระเบียบกกต.เปิดช่องให้รับเบี้ยเลี้ยงต่างจังหวัด และเบี้ยประชุมได้ไม่ถือซ้ำซ้อน ส่วนรถรับรองแค่แจ้งใช้ไม่ต้องขออนุมัติ
วันนี้ (19 ก.ค.64) ผู้สี่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณี นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นร้องป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. กรณีใช้รถรับรองราชการไปในภารกิจส่วนตัว จัดเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ทำงานนั้น ในส่วนของสำนักงานกกต.ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เนื่องจากในสัปดาห์นี้ยังไม่มีการนัดประชุมกกต. และพนักงานปฏิบัติงานที่บ้านพักตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายสันทัด แต่ไม่รับสาย
ทั้งนี้ ในเรื่องการเบิกค่าเบี้ยประชุม กกต. และเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงการเดินทางต่างจังหวัดนั้น ตามพ.ร.ป.กกต. มาตรา 39 กำหนดให้กกต.ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งเท่ากับกรรมการตามพ.ร.ฎ.ว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการราว 1,500 บาท
ส่วนเบี้ยเลี้ยงการเดินทางต่างจังหวัดในประเทศ ตามระเบียบกกต.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง 2563 ได้กำหนดในลักษณะเหมาจ่าย 800 บาทต่อวัน
ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าที่พัก ยานพาหนะ ค่าเชื้อเพลิง ยานพาหนะ ซึ่งจะต่างกันระเบียบที่ใช้กับพนักงานที่จะเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเต็มวันสูงสุด 400 บาทได้ จะต้องปฏิบัติหน้าที่นอกสำนักงานไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง ถ้าชั่วโมงปฏิบัติงานน้อยกว่านั้น เบี้ยเลี้ยงที่ได้ก็จะปรับลดตามสัดส่วน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อมีการประชุมกกต.ในช่วงเช้า และช่วงบ่าย กกต.คนใดมีภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัด ก็จะเบิกทั้งค่าเบี้ยประชุม และเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้อยู่แล้วไม่ถือเป็นการเบิกซ้ำซ้อน
ส่วนเรื่องรถรับรอง สำนักงานกกต.มีรถรับรองสำหรับกกต.รวม 7 คัน โดยรถรับรอง ตามระเบียบกกต.ว่าด้วยรถของสำนักงาน กกต. 2558 กำหนดไว้ว่า หมายถึงรถยนต์ที่สำนักงานจัดไว้เป็นพาหนะรับรองแขกของ กกต. ประธานกกต. กกต. หรือ สำนักงาน และใช้ในภารกิจพิเศษของกกต. โดยสามารถทำเบิกค่าเชื้อเพลิงได้ ซึ่งประธานกกต. กกต. เลขาธิการกกต. มีอำนาจอนุญาตให้ใช้รถรับรองได้
โดยที่ผ่านมา เลขาธิการกกต.ได้มีหนังสือมอบอำนาจให้กกต. มีอำนาจควบคุมกำกับดูแลการใช้รถรับรองและรถประจำตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อกกต.ต้องการจะใช้รถรับรองทางทีมงานหน้าห้อง ก็จะมีการทำบันทึกแจ้งเพื่อขอใช้รถรับรอง พร้อมระบุภารกิจ และระยะเวลาการใช้ ต่อสำนักงาน โดยไม่ต้องยื่นขออนุมัติ
อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบกำหนดวิธีการใช้รถรับรองไว้ค่อนข้างที่จะเข้มงวด มากกว่าการใช้รถประจำตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งสามารถใช้ในภารกิจส่วนตัวและเดินทางไปกลับที่พักได้ โดยผู้ดำรงตำแหน่งจะเสียค่าน้ำมันเอง และหากนำรถประจำตำแหน่งไปใช้ในภารกิจของกกต. ก็สามารถแจ้งขอเบิกค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายอื่นได้



