thansettakij
thansettakij
"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"ติดโควิด19 หลังฉีดวัคซีน"แอสตร้าเซนเนก้า" ไปแล้ว 1 เข็ม

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"ติดโควิด19 หลังฉีดวัคซีน"แอสตร้าเซนเนก้า" ไปแล้ว 1 เข็ม

10 ก.ค. 64 | 14:07 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 64 | 21:13 น.

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"แกนนำ นปช.แจ้งติดเชื้อ "โควิด19" หลังฉีดวัคซีน"แอสตร้าเซนเนก้า" ไปแล้ว 1 เข็ม เจ้าตัวเตรียมเปิดไทม์ไลน์ ด้านรัฐบาลเร่งเดินหน้าจัดซื้อวัคซีน 150 ล้านโดสให้ทันกลางปี 65 

วัน(10 ก.ค.64) เวลา 20.10 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า  

 

"ผมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 64 เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ไปตรวจหาเชื้อโควิด 19 ได้รับแจ้งเมื่อสักครู่นี้ว่าผลตรวจเป็นบวกติดเชื้อ"

 

"ขออภัยและส่งความห่วงใยทุกท่านอย่างยิ่งที่พบปะกันในช่วงระยะนี้ ไทม์ไลน์จะเรียบเรียงแล้วแจ้งอีกครั้ง จากนี้จะติดต่อเข้ารับการรักษาตามกระบวนการต่อไปครับ" นายณัฐวุฒิ ระบุ

                            "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"ติดโควิด19 หลังฉีดวัคซีน"แอสตร้าเซนเนก้า" ไปแล้ว 1 เข็ม

 

ด้านการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดให้ประชาชนนั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดหาวัคซีนของประเทศไทยยังเป็นไปตามกรอบแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 จำนวน 150 ล้านโดสภายในกลางปี 2565 เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึง 

 

โดยมติ ครม. ที่ผ่านมา ได้เร่งรัดให้มีการจัดหาวัคซีน ทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก โดยเน้นการจัดหาวัคซีนที่มีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายด้วย เพื่อรองรับสถานการณ์การกลายพันธ์ของเชื้อโควิดที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งทั่วโลก

 

นายอนุชา กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดขณะนี้ ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการเจรจาวัคซีนหลักไปแล้วมากกว่า 105.5 ล้านโดส และมีแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้สามารถจัดหาวัคซีนที่เป็นวัคซีนหลักให้แก่ประชาชนให้ครบ 150 ล้านโดส ภายในไม่เกินกลางปี 2565 ซึ่งวัคซีนหลักนั้นจะเป็นวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งวัคซีนหลักในปัจจุบันประกอบไปด้วย AstraZeneca, Sinovac, Pfizer และ Johnson & Johnson 
  

ส่วนวัคซีนทางเลือกนั้นเอกชนเป็นผู้จัดหา โดยองค์การเภสัชกรรมเป็นตัวกลางในการทำสัญญากับผู้ผลิต เนื่องจาก ณ ขณะนี้ ผู้ผลิตมีเจตจำนงชัดเจนว่าในภาวะที่มีการระบาดในปัจจุบัน ผู้ผลิตจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ผ่านหน่วยงานรัฐบาลในแต่ละประเทศเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนที่ใช้อยู่ เป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน 

 

โดยได้มีการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อเตรียมนำวัคซีนเข้ามาอย่างน้อย 10 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนทางเลือกในปัจจุบัน ประกอบด้วย Sinopharm และ Moderna ซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ทางเอกชน ทั้งนี้ วัคซีน Sinopharm เป็นวัคซีนทางเลือกที่ได้เริ่มฉีดให้กับประชาชนแล้ว ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ฉีดให้แก่ประชาชนไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส

 

“การจัดหาวัคซีนหลักโดยรัฐบาลนั้น รัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนโดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ส่วนวัคซีนทางเลือกนั้น เป็นการเปิดช่องทางเลือกให้แก่ประชาชนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและความสมัครใจของตนเอง โดยมีค่าใช้จ่ายตามที่เอกชนกำหนด ตามนโยบายของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนให้มากที่สุดและฉีดให้ประชาชนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ยอดสะสมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 9 ก.ค. 2564 รวมทั้งสิ้น 12,403,255 โดส 

 

 ทั้งนี้ แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 9,156,006 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 3,247,248 ราย นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มียอดสะสมเกือบ 4 ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 2,196,456 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มจำนวน 895,830 ราย