เปิดมติมหาเถรสมาคม สั่งสอบ "พระมหาสมปอง ตาลปุตโต" 3ประเด็น

05 พฤษภาคม 2564

เปิดมติมหาเถรสมาคม ทำถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สั่งตรวจสอบ "พระมหาสมปอง ตาลปุตโต" 3ประเด็น ที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 พ.ค. มีการเปิดเผยมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 มีมติให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ "พระมหาสมปอง ตาลปุตโต" โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)เป็นผู้เปิดเผย

โดยนายอนุชา ระบุว่ามติของมหาเถรสมาคมระบุว่า เป็นการว่า เข้าข่ายการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสม และมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ประสานพระสังฆาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

ฐานเศรษฐกิจ ได้รับการเปิดเผยเอกสาร ลงนามโดย นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เป็นหนังสือที่อ้างว่า มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ มติที่ ๓๖๐/๒๕๖๔ ระบุเรื่อง การแสดงความคิดเห็นของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต กรณีโควิด - 19 กับการทํางานของรัฐบาล และการแสดงที่ไม่เหมาะสมนอกเหนือกิจของสงฆ์เนื้อหาระบุว่า 

ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๑/๒๕๑๔ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔ เลขาธิการมหาเถรสมาคมแสนอร่า ตามที่ปรากฏข้อมเจในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๔ ได้นําเสนอ ความคิดเห็นของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต วัดสร้อยทอง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ดังนี้

๑. ปรากฏข้อความในบัญชีเฟซบุ๊กของ สาโรจน์ จัยเจริญ ความว่า ช่วงหลังหนักมาแต่ ทางโลก เป็นเรื่องทางโลกที่ขาดซึ่งธรรมะ ปล่อยให้กิเลส หรืออคติครอบจ้า จึงเลือกข้าง โดยกล่าวถึงการ ทํางานของรัฐบาลตามที่พระมหาสมปอง ตาลปุตโต กล่าวไว้ว่า “อ้างนั่น อ้างนี่ งบไม่มี เตียงไม่พอ งบไปไหน ชื่อมาสิล้านเตียง เอาไปซื้อเรือดําน้ํา รถถัง ฯลฯ เอามาพวกนี้ก่อนสิ เลิก ๆ ไปก่อน หยุดไว้เลย ไม่มีใครรบ กับคุณหรอก ช่วงนี้คนอ่อนแอ เอามารบกับโควิต”

๒. ร่วมจัดรายการวิเคราะห์ วิจารณ์ข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ 

๓. ทําการประชาสัมพันธ์ในฤษณาขายสินค้า (ปุ๋ยน้ํา) ออกสื่อสังคมออนไลน์

สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นควรนําเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ความคิดเห็นและการแสดงที่ไม่เหมาะสมนอกเหนือกิจของสงฆ์ของพระมหาสมปอง ตาลปุตโต

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นว่าเข้าข่ายการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และเป็นการ แสดงที่ไม่เหมาะสมกับสมณรูป และมอบสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประสานพระสังฆาธิการ ที่เกี่ยวข้องดําเนินการต่อไป