“เพื่อไทย”ซัด“ก้าวไกล”ถอนชื่อแก้รธน.

27 ส.ค. 2563 เวลา 7:19 น. 502

แกนนำ“เพื่อไทย”แถลงซัด “ก้าวไกล” กลับใจถอนชื่อก่อนยื่นญัตติแก้รธน.ยันจุดยืนแก้ 256 ตั้งส.ส.ร เชื่อพลังนักศึกษาเอาด้วยกับแนวทางเพื่อไทย

 

วันที่ 27 ส.ค.63 ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงถึงแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยน.อ.อนุดิษฐ์ อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า

 

ตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีมติไม่ร่วมลงชื่อในญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจ ส.ว. ในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้น ขอชี้แจงว่า

 

1. พรรคเพื่อไทยเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาแทบทุกหมวด รวมทั้งบทเฉพาะกาล แม้แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ประกอบด้วยตัวแทนของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรเกือบทุกพรรคก็มีความเห็นสอดคล้องต้องกันในเรื่องนี้  

 

2. พรรคเพื่อไทยเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีขึ้นเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน 

 

3. การสร้างกลไกให้ประชาชนเป็นผู้ร่างและให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งต้องทำทั้งฉบับ

 

4.การให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่สิ่งนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และส.ว.อย่างน้อยอีก 84 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 พรรคเพื่อไทยจึงได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร. และแก้ไขเงื่อนไขที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แทบเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปตามปกติเช่นรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ 

5. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ดังกล่าว พรรคเพื่อไทยยกร่างตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในเดือนมี.ค. 2562 และได้เสนอพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรคในขณะนั้นตั้งแต่กลางปี 2562 โดยกำหนดว่าจะไม่แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการแก้ไขทั้งฉบับ เพราะพรรคเพื่อไทยเคยได้รับบทเรียนมาแล้ว ด้วยการถูกกล่าวหา และดำเนินคดีฐานล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอาจยังมีความพยายามที่จะอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22 / 2555 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน  

 

6.ที่ผ่านมาที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นพ้องต้องกันทั้งหมดว่า ในเบื้องต้นควรเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ตามร่างเดิมเพียงประเด็นเดียวก่อน และนัดวันยื่นญัตติต่อประธานสภาในวันที่ 17 ส.ค. ช่วงเช้า ซึ่งต่อมาก่อนยื่นญัตติ ส.ส.ของพรรคก้าวไกล จำนวน 21 คน ขอถอนชื่อออก โดยให้เหตุผลว่าร่างแก้ไขมาตรา 256 ดังกล่าวมีการสงวนไม่แก้ในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 ไว้ ทั้งๆที่ผู้เข้าร่วมประชุมของพรรคก้าวไกลในวันที่ 13 ส.ค.ประกอบด้วย หัวหน้าพรรคก้าวไกล เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกมธ.พิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคก้าวไกล ได้เห็นชอบในร่างดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่ 13 ส.ค.  และเปลี่ยนใจในวันที่ 17 ส.ค.  

 

7. พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าการดำเนินการของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วยการให้มี ส.ส.ร. นั้น เป็นไปโดยสุจริต มุ่งหวังผลสำเร็จที่เป็นจริง จากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายให้เป็นโรดแม็พของประเทศ เพื่อมีกติกาใหม่ที่ทุกอย่างต้องจบที่กติกานี้ ซึ่งเป็นกติกาของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ไม่มีการสืบทอดอำนาจ หรือให้เผด็จการอำนาจนิยมและรัฐราชการครอบงำประชาชนและสังคมอีกต่อไป พรรคจึงเริ่มจากการขอความเห็นชอบจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค

 

จนปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วย นักเรียน นักศึกษา ประชาชนก็เห็นด้วย และเรียกร้องให้มี ส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน  แต่บนหนทางยังมีอุปสรรคขวากหนามอีกมาก จึงต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างให้มากที่สุด ใช้ความจริงใจ สุจริตใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันเป็นสำคัญ ขจัดความหวาดระแวงทั้งปวงโดยมีพลังของพี่น้องประชาชน นิสิต นักศึกษา นักเรียนช่วยกันผลักดันเกื้อหนุนประเทศก็จะมีทางออกที่สันติ และทำให้อำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงในที่สุด  

 

8. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในประเด็นอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา ที่มาของวุฒิสภา และ มาตรา 279 นั้น ล้วนแต่อยู่ในวิสัยที่จะร่วมปรึกษาหารือ และสร้างความเห็นพ้องร่วมกันต่อไปในห้วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่การสนองความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  โดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริง และปัจจัยเกื้อหนุนที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ