
กรมอุตุฯประกาศฉบับ 5 พายุดีเปรสชัน ทวีกำลังแรงเป็นพายุโซนร้อนปาบึก
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 5 อัปเดตพายุดีเปรสชัน ล่าสุดทวีกำลังแรงเป็นพายุโซนร้อนปาบึก เตือนภาคอีสาน กลางรวมกทม.ตะวันออกมีฝนบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่ม
วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 5 เรื่อง พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (23 ธ.ค. 67) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ปาบึก”แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 615 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 11.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก อย่างช้า ๆ และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 24–25 ธ.ค. 67
หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 25–26 ธ.ค. 67 มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีฝนเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจจะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 23.00 น.
อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 14-17 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 5-11 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 11-17 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- ตอนบนของภาคอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 18-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
- บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.






