
น้ำท่วมหนัก "การรถไฟ" ปรับเส้นทางเดินรถ-งดให้บริการรถไฟสายใต้ 22 ขบวน
"การรถไฟ" ปรับแผนเดินรถไฟ-งดให้บริการ รถไฟสายใต้ รวม 12 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่ารฟท.ขอแจ้งปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทาง จำนวน 10 ขบวน และงดเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้ จำนวน 12 ขบวน เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนขบวนนถไฟดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มขยายวงกว้างไปยังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง ทำให้การขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์อาจจะไม่ปลอดภัย
สำหรับการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทาง (ไป-กลับ) จำนวน 10 ขบวน
- ขบวนรถเร็วที่ 169/170 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา – กรุงเทพอภิวัฒน์ ปรับเปลี่ยนเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ – พัทลุง – กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445/446 ชุมพร – ชุมทางหาดใหญ่ – ชุมพร ปรับเปลี่ยนเป็น ชุมพร – พัทลุง – ชุมพร
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447/448 สุราษฎร์ธานี - สุไหงโกลก – สุราษฎร์ธานี ปรับเปลี่ยนเป็น สุราษฎร์ธานี – พัทลุง – สุราษฎร์ธานี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 451/452 นครศรีธรรมราช – สุไหงโกลก – นครศรีธรรมราช ปรับเปลี่ยนเป็น นครศรีธรรมราช – พัทลุง – นครศรีธรรมราช
ขบวนรถท้องถิ่นที่ 455/456 นครศรีธรรมราช – ยะลา – นครศรีธรรมราช ปรับเปลี่ยนเป็น นครศรีธรรมราช – พัทลุง – นครศรีธรรมราช
ขณะที่การงดเดินขบวนรถ(ไป-กลับ) จำนวน 12 ขบวน
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ชุมทางหาดใหญ่ - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ปาดังเบซาร์ - กรุงเทพอภิวัฒน์
- ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก – กรุงเทพอภิวัฒน์
ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463/464 พัทลุง – สุไหงโกลก – พัทลุง
ขบวนรถสินค้าห่อวัตถุด่วนที่ 985/986 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – สุไหงโกลก - กรุงเทพ (หัวลำโพง)
ทั้งนี้ ระหว่างที่มีการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทาง และงดเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้นั้น การรถไฟฯ ยังคงเน้นย้ำด้านความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง
นอกจากนี้พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จัดที่พักคอย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่ผู้โดยสาร รวมถึงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำลดลง ให้เร่งตรวจสอบสภาพทาง ระบบอาณัติสัญญาณ และเร่งดำเนินการซ่อมแซมสภาพทางที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร
นอกจากนี้การรถไฟฯ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สำหรับผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ หากไม่ประสงค์เดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ






