
สรุปข่าวพระราม 2 คานปูน-เครนก่อสร้างถล่ม เสียชีวิตรับเงินทดแทน 7.9 แสนบาท
ปภ.สมุทรสาคร สรุปข่าว เหตุการณ์และรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากคานปูนและเครนก่อสร้างถล่มบนถนนพระราม 2 พร้อมมาตรการช่วยเหลือเยียวยา เสียชีวิตได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต 7.9 แสนบาท
สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร (ปภ.สมุทรสาคร) สรุปสถานการณ์เหตุการณ์ "คานปูนและเครนถล่มบนถนนพระราม 2" พร้อมสรุปรายชื่อผู้เสียชีวิต-เจ็บ ระบุว่า
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 04.07 น. เกิดเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 1 ช่วง กม.21+600 พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
ถล่มขณะกำลังเชื่อมคานปูนเข้าด้วยกัน ส่งผลให้คนงานที่ปฏิบัติงานเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล รายละเอียดผู้ได้รับผลกระทบเป็นคนงาน ของ บริษัท พีเอสซีไอ คอนสตรัคชั่น จำกัด ดังนี้
ผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 15 ราย เสียชีวิต/สูญหาย 6 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ดังนี้
ผู้เสียชีวิต/คาดว่าเสียชีวิต รวม 6 ราย (เสียชีวิต 4 ราย และสูญหาย 2 ราย)
- นายอภิวัฒน์ พะพันทาง อายุ 30 ปี สัญชาติไทย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
- นายเอยา (Ayar) อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
- นายสุทัศน์ บุญเรือง อายุ 31 ปี สัญชาติไทย เสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาชัย
- นายชิต โกโก สัญชาติเมียนมา เสียชีวิตที่เกิดเหตุ ยังนำร่างออกมาไม่ได้
ผู้สูญหายจำนวน 2 ราย คาดว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ นายเพียว โกโก สัญชาติเมียนมา และนายอ่อง เทียน เท สัญชาติเมียนมา
ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จำนวน 9 ราย ปัจจุบันออกจากโรงพยาบาลแล้ว 3 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 6 ราย ดังนี้
โรงพยาบาลสมุทรสาคร จำนวน 4 ราย
- นายนัน โกโก อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา อาการเป็นสีเหลือง เจ็บหน้าอก
- นายเบดา อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา อาการเป็นสีเหลือง แผลฉีกขาดที่ศีรษะ ข้อศอกขวาผิดรูป
- นายวรยศ ศรีรีเวช อายุ 25 ปี สัญชาติไทย อาการเป็นสีเหลือง ปวดหลัง ชาขาทั้ง ๒ ข้าง
- นายพสิน ผิวทน อายุ 19 ปี สัญชาติไทย อาการเป็นสีแดง บาดแผลฉีกขาด ที่ศีรษะ เลือดออกหู ใส่เครื่องช่วยหายใจ
โรงพยาบาลเอกชัย จำนวน 1 ราย
- นายพงษ์ศักดิ์ นรสาร อายุ 35 ปี สัญชาติไทยอาการเป็นสีแดง บาดแผลฉีกขาดที่ใบหน้า ปวดไหล่ด้านขวา มีเลือดออกในสมอง ปัจจุบันย้ายไปโรงพยาบาลนครปฐม
โรงพยาบาลวิชัยเวชสมุทรสาคร จำนวน 1 ราย
- นายทรงวุฒิ พุทธเสน อายุ 18 ปี สัญชาติไทย อาการเป็นสีแดง บาดแผลฉีกขาดใต้คาง ปวดสะโพก ถลอกตามร่างกาย
ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
- นายสอย โกโก อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา มีอาการศีรษะถลอก
- นางสาวเมตูมิน อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา มีอาการเป็นลม
- นายอองซอ นิน อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา มีอาการถลอกตามร่างกาย
เมื่อเวลา 06.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข โดยยึดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก
การดำเนินการ
เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากตัวเครนที่ค้างอยู่มีสภาพไม่ปลอดภัย บริษัท อุดมศักดิ์เชียงใหม่ จำกัด ผู้รับจ้าง ได้ประสานเครนยกขนาด 400 ตัน 1 คัน ขนาด 360 ตัน 1 คัน และขนาด 200 ตัน 1 คัน รวม 3 คัน เพื่อยกเครนที่ค้างอยู่ออก รถเครนมาถึงที่เกิดเหตุในเวลา 15:00 น.
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างรอผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและวิเคราะห์สถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางนำคานปูนและเครนออกจากที่เกิดเหตุต่อไป
กรมทางหลวงและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมถ์จัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เข้าประเมินความปลอดภัย ก่อนการดำเนินการ โดยมีนายวิทยา ยาม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง และนายธนสาร สิทธาภา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร อำนวยการ ณ ที่เกิดเหตุ
การจราจร
ที่เกิดเหตุถนนพระราม 2 กม. 21+600 ได้ปิดการจราจรขาออกทุกช่องทางส่วนขาเข้า กทม. ใช้ทางคู่ขนานได้ 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และตำรวจจราจร แนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ผู้ที่จำเป็นต้องเข้าตัวเมืองสมุทรสาครหรือใช้เส้นทางผ่านถนนพระราม 2 ให้ใช้เส้นทางถนนเอกชัย
จังหวัดสมุทรสาคร ประสานขอรับการสนับสนุนทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue) หรือทีม USAR Thailand และเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี เข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่เกิดเหตุ
การช่วยเหลือเบื้องต้น
เมื่อเวลา 11:00 - 12:00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เดินทางไปมอบสิ่งของและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล
ผู้เสียชีวิตจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
- นายอภิวัฒน์ พะพันทาง ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363บาท) เป็นเงิน 792,792 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพยังไม่รวมดอกผล 23,395.36 บาท
- นายสุทัศน์ บุญเรือง ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363บาท) เป็นเงิน 792,792 บาทและเงินบำเหน็จชราภาพยังไม่รวมดอกผล 39,301.41 บาท
- นายเอยา สัญชาติเมียนมา อายุ 37 ปี ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363บาท) เป็นเงิน 792,792 บาท
- นายชิต โก โก สัญชาติเมียนมา ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363บาท) เป็นเงิน 792,792 บาท
- นายเพียว โก โก สัญชาติเมียนมา ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363บาท) เป็นเงิน 792,792 บาท
- นายอ่อง เทียน เท สัญชาติเมียนมา ได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต ประมาณการจากค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดสมุทรสาคร (363 บาท) เป็นเงิน 792,792 บาท
ผู้บาดเจ็บจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
- ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามกฎกระทรวง ค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. 2563โดยกรณีเข้ารับการรรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา กรณีเข้ารับการรรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน จ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 1,000,000 บาท
- กรณีไม่สามารถทำงานได้แพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว จ่ายค่าทดแทนในอัตรา ร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันแรก รวมไม่เกิน 1 ปี
- กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายจ่ายค่าทดแทนในอัตรา ร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 10 ปี
- กรณีทุพพลภาพ จ่ายค่าทดแทนในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต
ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสาคร ได้เร่งรัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามสิทธิต่อไป

