
รัฐบาลสรุปวัน-เวลา ประชาชนสักการะ “พระเขี้ยวแก้ว” จากจีน นาน 73 วัน
รัฐบาลประชุมโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ “พระเขี้ยวแก้ว” จากจีน มาประดิษฐานในไทย นาน 73 วัน สรุปรายละเอียดวัน-เวลา ข้อมูลการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสักการะ บริเวณสนามหลวง เช็คข้อมูลที่นี่
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานการดำเนินโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาประดิษฐานในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราว ครั้งที่ 1/2567 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนมาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยในการประชุมมีรายละเอียดและสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
ระยะเวลาประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว
- ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 (รวม 73 วัน)
ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมอัญเชิญมาวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีสมเด็จพระราชาคณะ ซึ่งกรรมการมหาเถรสมาคมมอบหมาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
โดยในวันดังกล่าว เวลา 17.00 น. รัฐบาลได้จัดให้มีริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปยังท้องสนามหลวง
วันที่เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ
รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสักการะในวันเวลา ดังนี้
- ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568
- เวลาตั้งแต่ 07.00 - 20.00 น.
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมดอกไม้สักการะสำหรับให้ประชาชน โดยประชาชนไม่ต้องนำมาเอง และอัญเชิญกลับในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568
ที่ผ่านมารัฐบาลทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วเพื่อแจ้งข่าวให้กับประชาชนทั้งสองประเทศได้ทราบแล้ว เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 และจัดพิธีบวงสรวงการจัดสร้างมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ณ ท้องสนามหลวง
โดยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาประดิษฐานในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสการครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ในปี 2568 ด้วย
ส่วนของการจัดงาน ได้จัดให้มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จำนวน 5 โซน ประกอบด้วย
- โซนที่ 1 : "ดับขันธปรินิพพาน มกุฎพันธนเจดียสถาน" นำเสนอเรื่องราวพุทธประวัติในการประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จปรินิพพาน โดยเน้นในช่วงพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน
- โซนที่ 2 : "พุทธะบารมีพระสรีระธาตุ" นำเสนอเรื่องราวประวัติของพระสรีระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุที่ได้อัญเชิญไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก
- โซนที่ 3 : "พระเขี้ยวแก้ว" นำเสนอเรื่องราวประวัติ ความสำคัญ และความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ(พระเขี้ยวแก้ว)
- โซนที่ 4 : "ใต้ร่มเศวตฉัตร ทศมรัช พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยที่ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกและมีพระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนา สืบสานราชประเพณีสืบเนื่องมาจนเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
- โซนที่ 5 : "ความสัมพันธ์ ไทย-จีน" นำเสนอเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญที่สร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนในด้านต่าง ๆ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ส่งเสริมคำว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน"
ทั้งนี้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นี้ จะมีการตรวจลงพื้นที่และจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) ขอเชิญชวนสื่อมวลชนเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย





