
โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ฟ้อง "เพิ่มพูน" และสกสค. ปมสัญญาหนังสือเรียน
โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ยืนกรานถูก สกสค. ใส่ร้ายป้ายสี ปมสัญญาพิมพ์หนังสือเรียน ล่าสุดฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล ขณะที่ฝ่าย สกสค. พยายามเลี่ยงความรับผิดชอบ
นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด (โรงพิมพ์รุ่งศิลป์) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.67 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และพวก รวม 5 ราย ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเรียกร้องค่าเสียหาย จำนวน 200 ล้านบาท
จากกรณีที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน และพวกให้ข่าวทางช่องทางสื่อออนไลน์ ทำให้ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ในฐานะคู่สัญญาจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งปรากฎว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน และพวก ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ทราบว่าก่อนหน้านั้น เลขาธิการ สกสค. ได้ทำหนังสือถึง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้แต่งตั้งพนักงานอัยการดำเนินการแก้ต่างคดีนี้ให้กับจำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องในองค์การค้าของ สกสค.
“ทราบว่าทางอัยการอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง และยังไม่ได้แต่งตั้งพนักงานอัยการมาดำเนินการแก้ต่างให้กลุ่มจำเลย ศาลจึงได้สั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ไปเป็นวันที่ 2 ธ.ค.67 แทน“ นายนัทธพลพงศ์ ระบุ
นายนัทธพลพงศ์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนหน้านี้ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ได้ร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากล และได้รับความไม่เป็นธรรมในการเข้าร่วมประกวดราคาจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2567 ของ สกสค.กับหลายหน่วยงาน รวมไปถึง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย ซึ่งในชั้นให้ข้อมูลกับทางสำนักงาน ป.ป.ช.นั้น ผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค.กล่าวอ้างว่า ตัวเองเป็นนิติบุคคล ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐ เพราะไม่ได้ใช้งบประมาณจากรัฐแม้แต่บาทเดียว เช่นเดียวกับในการแถลงข่าวหลาย ๆ ครั้งของผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค.ที่ผ่านมา จึงแปลกใจว่า ในคดีที่ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ฟ้องฐานหมิ่นประมาทฯ กลับไปขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานอัยการ ซึ่งเป็นทนายของแผ่นดิน มาว่าความแก้ต่างให้ได้อย่างไร
“ในหนังสือที่เลขาธิการ สกสค.มีถึงทางอัยการ ระบุว่า การให้ร้าย โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ของจำเลยที่ 1-4 เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ จึงขอตั้งอัยการแก้ต่าง แต่ตอนที่ไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. กลับบอกว่าตัวเองเป็นเอกชน หรือแม้แต่ตอนแถลงข่าวก็บอกว่าไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ใช้งบฯของรัฐแม้แต่บาทเดียว พอมาที่ศาลกลับบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานรัฐอีก จึงดูเหมือนมีความพยายามใช้สถานะที่แตกต่างกันเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ” นายนัทธพลพงศ์ กล่าว
นายนัทธพลพงศ์ กล่าวอีกว่า โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ เห็นว่าการให้ข่าวที่ส่งผลให้ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ในฐานะคู่สัญญากับองค์การค้าของ สกสค.เสียหายนั้น ไม่ใช้การปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามกลุ่มจำเลยพยายามกล่าวอ้าง เพราะหากสำนักงาน สกสค.จะป้องกันความเสียหายแก่หน่วยงาน และเด็กนักเรียนทั่วประเทศจริง ควรเริ่มทำตั้งแต่การเขียนทีโออาร์โครงการจัดจ้างพิมพ์แบบเรียนที่โปร่งใสตรงไปตรงมา และจัดส่งปกหนังสือให้ โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ในฐานะคู่สัญญาอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งที่ช่วงที่ดำเนินการจัดพิมพ์ เราก็ได้แจ้งองค์การค้าของ สกสค.โดยตลอดว่า ได้รับปกหนังสือไม่ครบ แต่แทนที่จะรีบส่งปกหนังสือให้ กลับออกมาให้ข่าวเหมือนจะต้องการให้สังคมเห็นว่า โรงพิมพ์รุ่งศิลป์ ไม่มีความสามารถ ไม่มีความพร้อมในการพิมพ์แบบเรียน
“ในทางปฏิบัติหากองค์การค้าของ สกสค.รู้ว่า โรงพิมพ์มีปัญหา ควรต้องมาช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อให้การจัดพิมพ์มีประสิทธิภาพ และเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งควรต้องมาร่วมมือกันถึงจะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับมาให้ข่าวใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ จึงไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ข้อแก้ต่างนี้จึงฟังไม่ขึ้น” นายนัทธพลพงศ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า คดีที่ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเรียกร้องค่าเสียหาย จำนวน 200 ล้านบาทนั้น มีจำเลย 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ จำเลยที่ 1, นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. จำเลยที่ 2, นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. จำเลยที่ 3, นายธิติทัศน์ ธนัชนนท์เดชน์ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ (หนังสือเรียนปี 2567) จำเลยที่ 4 และบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง จำเลยที่ 5.

