
ประกาศกรมอุตุฯฉบับ 9 พายุซูลิก คาดขึ้นฝั่งเวียดนามคืนนี้ กระทบไทยฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับ 9 พายุซูลิก คาดขึ้นฝั่งเวียดนามคืนนี้ เตือนพื้นที่เสี่ยงรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนซูลิก
วันที่ 19 กันยายน 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฯฉบับที่ 9 เรื่อง พายุ “ซูลิก” เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (19 ก.ย. 67) พายุดีเปรสชันบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ได้ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ซูลิก” แล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกวางตรี ประเทศเวียดนามประมาณ 90 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 17.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในคืนนี้ (19 ก.ย. 67) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ
ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้
วันที่ 19 กันยายน 2567
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคตะวันออก:จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้:จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 20 กันยายน 2567
- ภาคเหนือ:จังหวัดลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง:จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก:จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้:จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 21 กันยายน 2567
- ภาคเหนือ:จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัยกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม และนครราชสีมา
- ภาคกลาง:จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 22-23 กันยายน 2567
- ภาคเหนือ:จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัยกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง:จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก:จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้:จังหวัดระนอง และพังงา
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น.
อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนซูลิก โดยศูนย์ฯดังกล่าว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาค ทั้ง 5 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จังหวัดขอนแก่น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลา และศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดภูเก็ต จะรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบและเตรียมพร้อมรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
สำหรับการทำงานของศูนย์อำนวยการฯ จะมีการ Conference กับสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ร่วมกันประเมินสถานการณ์ของพายุ เพื่อจะได้ข้อมูลช่วยในการประเมินสถานการณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 312/2567 แต่งตั้งคณะกรรมคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย ชุดแรก เป็นคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.)
พร้อมทั้งจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหน่วยบัญชาการหลักในการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้จับตาพายุลูกนี้มาอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้รายงานคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย ประจำวันที่ 19 กันยายน 2567 โดยแจ้งพื้นที่แต่ละจังหวัดแต่ละอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น , พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น ,พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ,พื้นที่เฝ้าระวังระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น , พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่ม ,พื้นที่เฝ้าระวังทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง และพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง โดยรายละเอียดมีดังต่อไปนี้
เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- หนองคาย (อ.สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ เมืองฯ โพนพิสัย รัตนวาปี)
- บึงกาฬ (อ.ปากคาด)
พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
ภาคเหนือ
- ลำพูน (อ.เมืองฯ)
- ลำปาง (อ.เมืองฯ เมืองปาน วังเหนือ แจ้ห่ม แม่เมาะ งาว ห้างฉัตร)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- เลย (อ.ด่านซ้าย ปากชม)
- บึงกาฬ (อ.เมืองฯ เซกา บุ่งคล้า)
- นครพนม (อ.เมืองฯ ท่าอุเทน โพนสวรรค์)
- สกลนคร (อ.วานรนิวาส อากาศอำนวย)
- ยโสธร (อ.ป่าติ้ว คำเขื่อนแก้ว)
- อำนาจเจริญ (อ.เมืองฯ ชานุมาน)
- อุบลราชธานี (อ.เมืองฯ เขื่องใน)
ภาคกลาง
- ชลบุรี (อ.เมืองฯ)
- จันทบุรี (อ.เขาคิชฌกูฏ)
- ตราด (อ.เมืองฯ คลองใหญ่ เกาะช้าง)
ภาคใต้
- ระนอง (อ.เมืองฯ กระบุรี)
- พังงา (อ.ตะกั่วป่า กะปง ท้ายเหมือง ตะกั่วทุ่ง)
- ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
- กระบี่ (อ.เมืองฯ)
- ตรัง (อ.วังวิเศษ ห้วยยอด)
พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง
ภาคเหนือ
- เชียงราย (อ.เมืองฯ แม่สาย)
- ลำปาง (อ.เมืองฯ)
- พิษณุโลก (อ.เมืองฯ บางระกำ พรหมพิราม)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- หนองคาย (อ.เมืองฯ สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ รัตนวาปี โพนพิสัย)
- บึงกาฬ (ทุกอำเภอ)
- อุดรธานี (อ.เมืองฯ)
- สกลนคร (อ.บ้านม่วง)
ภาคกลาง
- อ่างทอง (อ.ป่าโมก วิเศษชัยชาญ)
- พระนครศรีอยุธยา (อ.บางบาล บางปะหัน เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร)
ภาคใต้
- สตูล (อ.เมืองฯ ควนโดน ท่าแพ มะนัง ละงู ควนกาหลง)
พื้นที่เฝ้าระวังระดับแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- บึงกาฬ (อ.เมืองฯ บุ่งคล้า บึงโขงหลง)
- นครพนม (อ.บ้านแพง ท่าอุเทน เมืองฯ ธาตุพนม)
- อำนาจเจริญ (อ.ชานุมาน)
- อุบลราชธานี (อ.เขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม)
พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่ม
ภาคใต้
- พังงา (อ.ตะกั่วป่า กะปง)
- ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
พื้นที่เฝ้าระวังทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง
ภาคกลาง
- ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร
ภาคใต้
- ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
คลื่นสูง 2 - 3 เมตร/ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ภาคกลาง
- เพชรบุรี (อ.เมืองฯ บ้านแหลม ชะอำ ท่ายาง)
- ประจวบคีรีขันธ์ (ทุกอำเภอ)
ภาคใต้
- ชุมพร (อ.เมืองฯ ปะทิว สวี ทุ่งตะโก หลังสวน ละแม)
- สุราษฎร์ธานี (อ.เมืองฯ ดอนสัก กาญจนดิษฐ์ ท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง พุนพิน เกาะสมุย เกาะพะงัน)
คลื่นสูง 2 - 4 เมตร/ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
ภาคกลาง
- ชลบุรี (อ.เมืองฯ ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง สัตหีบ)
- ระยอง (อ.เมืองฯ บ้านฉาง แกลง)
- จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ ขลุง)
- ตราด (อ.เมืองฯ แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง เกาะกูด)
ภาคใต้
- ระนอง (อ.เมืองฯ สุขสำราญ กะเปอร์)
- พังงา (อ.เกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า คุระบุรี)
- ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
- กระบี่ (อ.เมืองฯ คลองท่อม เกาะลันตา เหนือคลอง อ่าวลึก)
- ตรัง (อ.กันตัง สิเกา ปะเหลียน หาดสำราญ)
- สตูล (อ.เมืองฯ ละงู ท่าแพ ทุ่งหว้า)






